TTN Construction and Serviceset

TTN Construction and Serviceset รับเหมาก่อสร้าง ต่อเติมรีโนเวท ครบวงจร

28/05/2026
หลายคนเวลาเริ่มทำ BOQหรือประเมินต้นทุนงานโครงสร้าง…ชอบเปิด “ราคากลางราชการ” ก่อน 😅แต่พอเอาไปคุยกับผู้รับเหมาจริงเท่านั้น...
18/05/2026

หลายคนเวลาเริ่มทำ BOQ

หรือประเมินต้นทุนงานโครงสร้าง…

ชอบเปิด “ราคากลางราชการ” ก่อน 😅

แต่พอเอาไปคุยกับผู้รับเหมาจริงเท่านั้นแหละ…

ช่างมองหน้า

ผู้รับเหมาหัวเราะ

เจ้าของงานเริ่มใจสั่น 🤣

เพราะในโลกของงานก่อสร้างจริง

“ค่าแรงตลาดเอกชน”

มันขยับตามหน้างานตลอดเวลา

✔ งานง่าย = ราคาหนึ่ง

✔ งานเร่ง = อีกราคา

✔ พื้นที่แคบ รถเข้าไม่ได้ = บวกเพิ่มทันที

✔ คานเยอะ เสาเยอะ Drop Beam รัว ๆ = ช่างขอคุยใหม่ 😅

โพสต์นี้สรุป

“ราคาค่าแรงงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก”

แบบตลาดเอกชนจริง ๆ ปี 2025–2026

เน้นงานมาตรฐาน

ช่างทั่วไป

ไม่ใช่งาน Luxury

เหมาะสำหรับ:

👷 ผู้รับเหมา

📐 วิศวกร

📊 Cost Engineer

🏠 เจ้าของบ้าน

📋 คนทำ BOQ และประมาณราคา

เพราะการคุมต้นทุนที่ดี

ไม่ใช่กดราคาช่างจนไม่มีใครอยากทำงาน…

แต่คือ “รู้ราคาตลาดจริง”

แล้ววางแผนให้แม่นตั้งแต่ต้น 🔥

Cr.โสภณ มุสิกะสังข์

#งานก่อสร้าง

#ประมาณราคา





#ผู้รับเหมา

#วิศวกร

#คอนกรีตเสริมเหล็ก



#ถอดแบบ

#บริหารต้นทุน

#คอสท์ไนน์

🚰 ระบบน้ำดีในบ้าน…ทำไมงบชอบบานปลายตอนใกล้จบงาน?เพราะหลายคนคิดว่า “มีแค่เดินท่อเปิดก๊อกก็จบ”แต่ของจริงมีทั้งมิเตอร์ ปั๊มน...
03/05/2026

🚰 ระบบน้ำดีในบ้าน…ทำไมงบชอบบานปลายตอนใกล้จบงาน?

เพราะหลายคนคิดว่า “มีแค่เดินท่อเปิดก๊อกก็จบ”

แต่ของจริงมีทั้งมิเตอร์ ปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ ท่อเมน ท่อย่อย วาล์ว และสุขภัณฑ์อีกหลายจุด

วันนี้พามาแกะจากภาพนี้แบบง่ายที่สุด

คนไม่มีพื้นฐานก่อสร้างก็อ่านเข้าใจได้ และตัวเลขตรงตามภาพ 👇

---

🔍 STEP 1 : ระบบน้ำดีในบ้านทำงานยังไง?

น้ำจะไหลตามลำดับนี้

น้ำประปา → มาตรวัดน้ำ → ปั๊มน้ำ → ถังเก็บน้ำ → ท่อเมน → จุดใช้น้ำต่าง ๆ

เช่น

- อ่างล้างหน้า

- โถชักโครก

- ฝักบัว

- ซิงค์ล้างจาน

- ก๊อกสนาม

👉 บ้านใช้น้ำสบายหรือไม่ ระบบนี้คือหัวใจ

---

🏠 STEP 2 : บ้านตัวอย่างนี้มีจุดใช้น้ำกี่จุด?

จากตารางในภาพ

รายการ| จำนวน

อ่างล้างหน้า| 2 จุด

โถชักโครก| 2 จุด

ฝักบัว| 2 จุด

ซิงค์ล้างจาน| 1 จุด

ก๊อกสนาม| 1 จุด

📌 รวมทั้งหมด = 8 จุด

---

📐 STEP 3 : ขนาดท่อที่ใช้ในภาพ

ขนาดท่อ| มม.| ใช้งาน

1/2"| 18 มม.| ท่อย่อยไปสุขภัณฑ์

3/4"| 20 มม.| ท่อเมนหลัก

1"| 25 มม.| ท่อเมนหลัก / ก่อนเข้ามาตร

1 1/4"| 35 มม.| ท่อเมนขนาดใหญ่

1 1/2"| 40 มม.| ท่อเมนสนามขนาดใหญ่

👉 บ้านตัวอย่างนี้ใช้หลายขนาดตามจุดใช้งาน

---

📦 STEP 4 : ปริมาณท่อตามภาพจริง

5.1 ท่อ PVC (งานประปา)

รายการ| จำนวน

ท่อ PVC 1" (25 มม.)| 18.00 ม.

ท่อ PVC 3/4" (20 มม.)| 30.00 ม.

ท่อ PVC 1/2" (18 มม.)| 24.00 ม.

👉 รวมคือระยะท่อที่ต้องใช้ตามแบบตัวอย่าง

---

🔩 STEP 5 : อุปกรณ์ประกอบท่อ

จากตารางในภาพ

รายการ| จำนวน

ข้องอ 90° ขนาด 3/4"| 14 ตัว

ข้องอ 90° ขนาด 1/2"| 16 ตัว

สามทาง 3/4"| 6 ตัว

ข้อต่อ (ตรง) 3/4"| 10 ตัว

วาล์วประตูน้ำ 3/4"| 2 ตัว

เช็ควาล์ว 1"| 1 ตัว

ยูเนียน 1"| 1 ชุด

👉 ของชิ้นเล็ก ๆ พวกนี้ห้ามลืม เพราะใช้จริงทุกงาน

---

🚿 STEP 6 : สุขภัณฑ์ปลายทาง

จากภาพมี

รายการ| จำนวน

อ่างล้างหน้า| 2 ชุด

โถชักโครก| 2 ชุด

ฝักบัว| 2 ชุด

ซิงค์ล้างจาน| 1 ชุด

ก๊อกสนาม| 1 ชุด

---

💰 STEP 7 : วิธีประมาณราคาแบบง่าย

ใช้สูตรนี้

ปริมาณ × ราคาต่อหน่วย = ราคารวม

เช่น

- ท่อ PVC คิดเป็นเมตร

- ข้องอ/สามทาง คิดเป็นตัว

- ปั๊มน้ำ คิดเป็นเครื่อง

- ค่าแรงติดตั้ง คิดเป็นเมตร หรือเหมารวม

---

👷 STEP 8 : ค่าแรงตามภาพ

- ค่าติดตั้งระบบน้ำดี = 80 – 120 บาท/เมตร

- ค่าระบบมิเตอร์ + อุปกรณ์ = 3,000 – 5,000 บาท/ชุด

📌 ราคาจริงขึ้นอยู่กับพื้นที่และความยากง่าย

---

⚠️ คนส่วนใหญ่พลาดตรงนี้

❌ คิดแต่ค่าท่อ ไม่คิดอุปกรณ์

❌ ใช้ท่อเล็กเกินไป น้ำไหลไม่แรง

❌ ลืมวาล์วปิดเปิดแยกจุด

❌ ไม่เผื่อระยะท่อจริงหน้างาน

❌ ซื้อปั๊มไม่เหมาะกับบ้าน

สุดท้ายใช้น้ำไม่ดี ต้องรื้อแก้

---

🔥 จำง่ายที่สุด

“งานน้ำดีไม่ได้แพงที่ท่อ

แต่แพงที่ระบบและรายละเอียดการติดตั้ง”

---
Cr.พี่โสภณ

BTU/m² คือ “ค่าประมาณภาระความเย็นต่อพื้นที่” ใช้สำหรับประเมินขนาดแอร์แบบเร็ว ๆ โดยเอาพื้นที่ห้อง (m²) × ค่า BTU/m² = ขนา...
03/05/2026

BTU/m² คือ “ค่าประมาณภาระความเย็นต่อพื้นที่” ใช้สำหรับประเมินขนาดแอร์แบบเร็ว ๆ โดยเอา

พื้นที่ห้อง (m²) × ค่า BTU/m² = ขนาดแอร์โดยประมาณ (BTU/h)

เช่น ถ้าบอกว่าใช้ 700 BTU/m² หมายความว่า พื้นที่ 1 m² ต้องการความเย็นประมาณ 700 BTU/h



1) ค่า BTU/m² ที่นิยมใช้แบบประมาณ

ประเภทพื้นที่ ค่าเริ่มต้นที่ใช้ประมาณ
ห้องนอน / ห้องพักอาศัย 500–700 BTU/m²
ห้องทำงานทั่วไป 600–800 BTU/m²
ร้านค้า / พื้นที่คนเข้าออกบ่อย 800–1,000 BTU/m²
ห้องกระจกเยอะ / โดนแดด 900–1,200 BTU/m²
ห้องประชุม / คนหนาแน่น 1,000–1,500 BTU/m²
ห้อง Server / อุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ ควรคำนวณจาก Watt อุปกรณ์ ไม่ควรใช้พื้นที่อย่างเดียว

ค่าเหล่านี้ใช้ “ประมาณเบื้องต้น” เท่านั้น ไม่ใช่ Cooling Load Calculation แบบละเอียด



2) สูตรคำนวณแบบง่าย

ขนาดแอร์ (BTU/h) = พื้นที่ห้อง (m²) × ค่า BTU/m²

ตัวอย่างเช่น ห้องนอนทั่วไปใช้ 600 BTU/m²

ขนาดแอร์ = พื้นที่ × 600



3) ตัวอย่างที่ 1: ห้องนอน 20 m²

สมมติห้องนอนทั่วไป เพดานสูง 2.7–3.0 m มีคนอยู่ 1–2 คน

เลือกใช้ค่า 600 BTU/m²

ขนาดแอร์ = 20 × 600
= 12,000 BTU/h

ดังนั้นเลือกแอร์ประมาณ

12,000 BTU/h หรือ 12,000 BTU



4) ตัวอย่างที่ 2: ห้องนั่งเล่น 30 m²

ห้องนั่งเล่นมีคนใช้หลายคน มีประตูเปิดเข้าออกบ้าง

เลือกใช้ค่า 700 BTU/m²

ขนาดแอร์ = 30 × 700
= 21,000 BTU/h

ดังนั้นควรเลือกขนาดใกล้เคียง เช่น

22,000–24,000 BTU/h



5) ตัวอย่างที่ 3: ห้องทำงาน 50 m²

ห้องทำงานมีคนหลายคน มีคอมพิวเตอร์ ไฟ และอุปกรณ์สำนักงาน

เลือกใช้ค่า 800 BTU/m²

ขนาดแอร์ = 50 × 800
= 40,000 BTU/h

ถ้าใช้แอร์แยกส่วน อาจเลือกเป็น

24,000 BTU × 2 เครื่อง = 48,000 BTU/h

หรือถ้าเป็น FCU/AHU ก็เลือกใกล้เคียงประมาณ 40,000–48,000 BTU/h



6) ตัวอย่างที่ 4: ห้องกระจกเยอะ โดนแดด 25 m²

ห้องมีผนังกระจกด้านทิศตะวันตก หรือรับแดดบ่ายมาก

เลือกใช้ค่า 1,000 BTU/m²

ขนาดแอร์ = 25 × 1,000
= 25,000 BTU/h

เลือกแอร์จริงควรเป็น

24,000–30,000 BTU/h

ถ้าแดดจัดมาก เพดานสูง หรือกระจกชั้นเดียว อาจต้องขยับขึ้นอีก



7) ต้องบวกเพิ่มเมื่อไหร่?

การคิด BTU/m² ต้องปรับเพิ่มถ้ามีปัจจัยเหล่านี้:

เงื่อนไข แนวทางเผื่อเพิ่ม
เพดานสูงเกิน 3 m เพิ่มประมาณ 10–20%
กระจกเยอะ / แดดบ่าย เพิ่มประมาณ 15–30%
คนอยู่เยอะ เพิ่มประมาณ 500–700 BTU/h ต่อคน
เครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะ เพิ่มตาม Watt × 3.412
ประตูเปิดบ่อย เพิ่มประมาณ 10–20%
ห้องใต้หลังคา / หลังคาร้อน เพิ่มประมาณ 15–30%



😎 ตัวอย่างคำนวณแบบมีการเผื่อ

ห้องสำนักงานขนาด 40 m²
เพดานสูง 3.2 m
มีคน 6 คน
มีคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง
กระจกโดนแดดบางส่วน

เริ่มจากค่า 750 BTU/m²

โหลดพื้นที่ = 40 × 750
= 30,000 BTU/h

เผื่อคนเพิ่ม สมมติคิดเพิ่มจากพื้นฐานอีก 4 คน:

โหลดคนเพิ่ม = 4 × 600
= 2,400 BTU/h

คอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง สมมติเครื่องละ 150 W:

โหลดคอม = 6 × 150 × 3.412
= 3,071 BTU/h

เผื่อแดด/เพดานสูงประมาณ 15% ของโหลดพื้นที่:

เผื่อเพิ่ม = 30,000 × 15%
= 4,500 BTU/h

รวม:

ขนาดแอร์รวม = 30,000 + 2,400 + 3,071 + 4,500
= 39,971 BTU/h

ดังนั้นเลือกแอร์ประมาณ

40,000–42,000 BTU/h
หรือเลือก 24,000 BTU × 2 เครื่อง เพื่อกระจายลมดีขึ้น



9) สรุปจำง่าย

ห้อง ค่าเร็วที่ใช้ได้
ห้องนอน 600 BTU/m²
ห้องนั่งเล่น 700 BTU/m²
สำนักงาน 750–850 BTU/m²
ร้านค้า 900–1,000 BTU/m²
ห้องประชุม 1,000–1,500 BTU/m²

สูตรหลักคือ:

BTU/h = พื้นที่ห้อง × ค่า BTU/m²

ตัวอย่างเร็ว:

ห้อง 30 m² × 700 BTU/m²
= 21,000 BTU/h

เลือกแอร์จริง:

ประมาณ 22,000–24,000 BTU/h

ข้อควรจำคือ BTU/m² เหมาะกับการประเมินเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด ห้อง Lab ห้อง Server ห้องครัว หรือพื้นที่คนหนาแน่น ควรคำนวณ Cooling Load แยกตาม คน + ไฟ + เครื่องใช้ไฟฟ้า + Fresh Air + ผนัง/กระจก + ความชื้น ครับ.
Cr.อ.เทพ สอนพื้นฐานออกแบบระบบ HVAC

หัวใจสำคัญของระบบปรับอากาศที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ คือการเลือกใช้ "หน้ากากลม" ให้ถูกประเภทครับ เพราะหน้าที่ของหน้ากากล...
02/05/2026

หัวใจสำคัญของระบบปรับอากาศที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ คือการเลือกใช้ "หน้ากากลม" ให้ถูกประเภทครับ เพราะหน้าที่ของหน้ากากลมในห้องกับหน้ากากลมภายนอกอาคารนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของฟังก์ชันการใช้งานและการปกป้องระบบครับ

เริ่มต้นที่ หน้ากากระบายอากาศในห้อง (Indoor Air Grille) หรือที่เราคุ้นเคยในฝั่งสีเหลืองนี้ครับ หน้าที่หลักคือการ "กระจายลมเย็น" ให้ทั่วถึงทุกมุมห้อง
อุปกรณ์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้เราสามารถปรับทิศทางลมได้ตามต้องการ เพื่อไม่ให้ลมเป่าตัวคนโดยตรง และช่วยควบคุมปริมาณลมให้เหมาะสมกับขนาดห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนหรือห้องทำงาน เพื่อสร้างสภาวะสบายที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ

ในขณะที่ หน้ากากลมภายนอก (Outdoor Air Grille) ในฝั่งสีน้ำเงิน จะเน้นไปที่เรื่องของ "ความทนทานและการป้องกัน" ครับ
เนื่องจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศภายนอก หน้ากากชนิดนี้จึงต้องมีคุณสมบัติกันฝนสาด (Louver) และมีตะแกรงกันแมลงหรือสิ่งแปลกปลอมไม่ให้หลุดเข้าไปในระบบ รวมถึงทำหน้าที่เป็นจุดรับอากาศบริสุทธิ์ (Fresh Air) เข้ามาเติมในอาคาร หรือระบายอากาศเสียออกไปครับ

สรุปง่ายๆ คือ หน้ากากในห้องทำหน้าที่ "ดูแลคน" ให้เย็นสบาย ส่วนหน้ากากภายนอกทำหน้าที่ "ดูแลระบบ" ให้ปลอดภัยและสะอาดครับ
การเลือกใช้หน้ากากที่ถูกต้องจะช่วยลดกลิ่นอับ ลดการสะสมของความชื้น และทำให้การถ่ายเทอากาศภายในบ้านของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ

……………….
Cr. ezyHVAC

ถ้าแผ่นขนาดต่างกัน🔧 หลักการคำนวณระบบ Solar Cell 5kW1) กำหนดกำลังระบบที่ต้องการระบบนี้ออกแบบที่👉 5,000 W (5 kW)2) คำนวณจำ...
02/05/2026

ถ้าแผ่นขนาดต่างกัน🔧 หลักการคำนวณระบบ Solar Cell 5kW
1) กำหนดกำลังระบบที่ต้องการ

ระบบนี้ออกแบบที่
👉 5,000 W (5 kW)

2) คำนวณจำนวนแผงที่ต้องใช้

#ใช้สูตรพื้นฐาน:

Number of Panels=Panel Power (W) / System Size (W)

#ตัวอย่าง:
แผง 550W → 5000 ÷ 550 ≈ 9.09 → ใช้ 10 แผง
แผง 620W → 5000 ÷ 620 ≈ 8.06 → ใช้ 9 แผง
แผง 700W → 5000 ÷ 700 ≈ 7.14 → ใช้ 8 แผง

👉 ปัดขึ้นเสมอ เพื่อให้กำลังถึงจริง

3) คำนวณกำลังรวม (DC Capacity)

Total DC Power=Number of Panels×Panel Power

ผลลัพธ์:
550W × 10 = 5.5 kWp
620W × 9 = 5.58 kWp
700W × 8 = 5.6 kWp

👉 ค่าที่ได้เรียกว่า “Oversize” เพื่อชดเชยการสูญเสีย

4) การเลือก Inverter (DC/AC Ratio)

DC/AC Ratio=Inverter Power / DC Power

ตัวอย่าง:
5.5 ÷ 5 = 1.10
5.58 ÷ 5 = 1.12
5.6 ÷ 5 = 1.12

👉 ค่าที่เหมาะสม: 1.1 – 1.2 (ดีที่สุด)

5) การคำนวณแรงดัน (Voc) ของ String

Vstring = Voc×Number of Panels

ตัวอย่าง:
550W → ~45V × 10 ≈ 450V
620W → ~55V × 9 ≈ 500V
700W → ~70V × 8 ≈ 560V

👉 ต้องอยู่ในช่วง MPPT ของ Inverter

6) คำนวณกระแส (Imp)

👉 ใช้ค่าจากสเปคแผงโดยตรง

550W → ~13.5A
620W → ~14A
700W → ~14.5A
7) คำนวณพลังงานที่ผลิตได้ต่อวัน

Energy (kWh/day)=System Size (kW)×PSH×(1−Loss)

ใช้ค่าในไทย:
PSH ≈ 4.5 ชั่วโมง/วัน
Loss ≈ 14%
คำนวณ:

👉 5 × 4.5 × 0.86 ≈ 19.35 kWh/วัน

≈ 20 หน่วย/วัน

😎 คำนวณรายเดือน / รายปี
ต่อเดือน ≈ 600 หน่วย
ต่อปี ≈ 7,300 หน่วย
9) คำนวณเงินที่ประหยัดได้

Savings=Energy×Electricity Rate

สมมติค่าไฟ 4.5 บาท/หน่วย
7,300 × 4.5 ≈ 32,850 บาท/ปี
10) คำนวณระยะคืนทุน

Payback Period=Annual Savings/System Cost

ตัวอย่าง:
ระบบราคา ~140,000 บาท
คืนทุน ≈ 4–5 ปี

✅ ใช้สูตร “กำลัง ÷ วัตต์แผง” เพื่อหา “จำนวนแผง”
Oversize (DC > AC) เล็กน้อย = ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ
ตรวจสอบ “แรงดันรวม” ไม่ให้เกิน Inverter
ใช้ค่า PSH ไทย ≈ 4.5 ชั่วโมง/วัน
คิด Loss ~10–15% เสมอ
ค่าไฟคือ Key สำคัญในการคำนวณ ROI

Cr.พลานุภาพ วิศวกรรมประยุกต์

🪜 “บันได”…ไม่ใช่แค่ทางขึ้น-ลง แต่คือทางที่กำไรจะขึ้น…หรือร่วง 📉หลายคนมองบันไดว่า “งานเล็ก”แต่ในโลกผู้รับเหมา…นี่คือหนึ่ง...
26/04/2026

🪜 “บันได”…ไม่ใช่แค่ทางขึ้น-ลง แต่คือทางที่กำไรจะขึ้น…หรือร่วง 📉

หลายคนมองบันไดว่า “งานเล็ก”

แต่ในโลกผู้รับเหมา…

นี่คือหนึ่งในงานที่ “พลาดง่ายที่สุด”

เพราะอะไร?

👉 รูปทรงมันไม่ได้เป็นก้อนเดียว

👉 มีทั้งเอียง ทั้งขั้น ทั้งชานพัก

👉 เหล็กก็วิ่งหลายทิศ

👉 แบบก็ไม่ได้ตรงไปตรงมา

และนั่นแหละ…จุดที่เงินหายแบบไม่รู้ตัว

---

🔍 แกะให้ดูแบบเข้าใจง่าย (เอาไปใช้ได้เลย)

🧠 STEP 1: มองบันไดเป็น 3 ก้อน

อย่าคิดรวม!

1. แผ่นบันได (Slab เอียง)

2. ลูกตั้ง + ลูกนอน (ขั้นบันได)

3. ชานพัก (Landing)

👉 แยกแบบนี้ = คิดไม่พลาด

---

🧮 STEP 2: คิดคอนกรีตแบบ “เห็นภาพ”

- แผ่นเอียง → คิดเป็นแผ่นยาว

- ขั้นบันได → คิดเป็นก้อนเล็ก ๆ ซ้ำกัน

- ชานพัก → คิดเหมือนพื้น

📌 รวมกัน = ปริมาณจริง

ไม่ใช่เดา!

---

🔩 STEP 3: เหล็ก…ตัวแปรกำไร

- เหล็กหลัก = วิ่งตามแนวเอียง

- เหล็กแจก = วิ่งขวาง

- เหล็กเสริม = ซ่อนอยู่ตามจุดต่อ

👉 งานนี้ “เหล็กซ่อนเยอะ”

ใครไม่เห็น = ขาดแน่นอน

---

🪵 STEP 4: แบบหล่อ = ของจริงที่ต้องคิดครบ

- ด้านข้างบันได

- ท้องบันได

- ลูกตั้ง (ขั้น)

- ชานพัก

👉 แบบบันได “ซับซ้อนกว่าที่คิด”

และเป็นจุดทำกำไรได้ดี ถ้าคุมเป็น

---

⚠️ STEP 5: จุดที่คนพลาดบ่อย

❌ คิดความยาวบันไดผิด (ลืมแนวเอียง)

❌ ลืมชานพัก

❌ คิดเหล็กไม่ครบ

❌ แบบหล่อคิดไม่หมด

👉 งานดูเล็ก…แต่พังจริง

---

🔥 Insight แบบคนทำงานจริง

“บันไดไม่ได้ยาก…

แต่มัน ‘หลอกคนที่คิดแบบ 2 มิติ’”

ถ้าคุณยังคิดแค่กว้าง × ยาว

คุณกำลังมองข้าม “ความเอียง”

และนั่นแหละ…จุดที่กำไรหาย

---

🧭 สรุปสั้น ๆ แบบแทงใจ

บันได = งาน 3 มิติ

ใครคิดครบ → งานนิ่ง

ใครคิดขาด → งานจบ แต่เงินจบกว่า

---

📌 โพสต์หน้า…

ผมจะ “แกะสูตรคำนวณบันไดทั้งชุด”

ตั้งแต่คอนกรีต → เหล็ก → แบบ

แบบที่เอาไปใช้ทำ BOQ ได้จริง

Cr.เพจสอนการประมาณราคา

“ฐานรากมี 15+ แบบ… แต่คนส่วนใหญ่รู้จักแค่ ‘เสาเข็ม’”หลายคนคิดว่า“ตอกเสาเข็มไว้ก่อน แข็งแรงกว่าแน่นอน”แต่ความจริงคือ…บ้าน...
26/04/2026

“ฐานรากมี 15+ แบบ… แต่คนส่วนใหญ่รู้จักแค่ ‘เสาเข็ม’”

หลายคนคิดว่า
“ตอกเสาเข็มไว้ก่อน แข็งแรงกว่าแน่นอน”

แต่ความจริงคือ…

บ้านบางหลังใช้แค่ ฐานแผ่ ก็พอ
บางหลังต้องใช้ เสาเข็มเจาะ
บางพื้นที่ต้อง ปรับปรุงดินก่อนสร้าง

เพราะการเลือกฐานราก
ไม่ได้ดูแค่น้ำหนักบ้าน

แต่วิศวกรจะดูถึง 5 เรื่อง:

1. น้ำหนักบรรทุกอาคาร
2. กำลังรับน้ำหนักของดิน
3. การทรุดตัวที่ยอมรับได้
4. สภาพหน้างาน
5. งบประมาณ

เลือกถูก = ประหยัดเงิน
เลือกผิด = บ้านทรุด / ผนังร้าว / แก้งานหลักแสนถึงหลักล้าน

ภาพนี้สรุปให้ครบในแผ่นเดียว
ตั้งแต่ฐานรากตื้น → ฐานรากลึก → งานเฉพาะทาง

เซฟเก็บไว้ครับ
มีประโยชน์ตอนสร้างบ้านแน่นอน 🏠

– cr.อาจารย์กวี
#วิศวกรรมโยธา #สร้างบ้าน #ฐานราก #ความรู้ก่อสร้าง #อาจารย์กวี

25/04/2026

บริษัท ทีทีเอ็น คอนสตรัคชั่น แอนด์ เซอร์ วิสเซท จำกัด ให้บริการออกแบบและก่อสร้างร้านสะดวกซักโดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 10ปี #ขอบคุณทุกท่านที่เชื่อในเราTTN

ที่อยู่

ติวานนท์
Nonthaburi
11120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TTN Construction and Servicesetผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์