03/05/2024
"พี่คะ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเกือบหมดถุงแล้ว ผ้าหนูยังไม่หอมเลยค่ะพี่"
❌เพราะมันล้นลงไปในถังซักค่ะ❌ ซึ่งมันจะไปจับน้ำยาซักผ้าไว้แล้วตกตะกอน สิ่งสกปรกก็ไม่ถูกกำจัดออก ผ้าก็ไม่สะอาด แถมน้ำยาปรับผ้านุ่มจากน้ำสุดท้ายก็เข้าไปถึงเนื้อผ้าไม่ได้ด้วย ผ้าเราก็ไม่หอมน้า ---- เชื่อพี่เถอะ please!!!! -----
✅ใส่แค่พอดีช่องดีกว่านะคะ ✅
้าเมือง
#ซักอบครบจบในชั่วโมงเดียว
ใครเคยทำบ้าง?🙋♀️
กลัวผ้าไม่หอม ใส่แค่ช่องที่เค้าให้ใส่ไม่พอ อยากจะเปิดฝาใส่ในเครื่องเพิ่มไปอีก
ขอเตือนว่าอย่าเลย! การเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงถังซักผ้าโดยตรงนั้นมีแต่ข้อเสีย!!
👚 น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นสารลดแรงตึงผิวประจุบวก มีไขค่อนข้างสูง
มีความแยกชั้นจากส่วนที่ไม่ชอบน้ำ และไม่ค่อยถูกกับสารประจุลบในผงซักฟอก หรือน้ำยาซักผ้า
🫧 หากเทไปตรงๆในถังเครื่องซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่มจะกระจายตัวไม่ทันดีก่อนจะติดผ้า เกิดเป็นคราบไขขาวๆบนผ้าได้ง่าย
🫧 บางส่วนจะตกไปกองในถังซักผ้าโดยตรง เกิดตะกอนเหนียวเชิงซ้อนจับกับสารประจุลบในผงซักฟอก เกิดเป็นสารไม่ละลายน้ำเกาะเครื่องซักผ้า ทำให้เครื่องสกปรก หรือเกิดคราบเหนียวเกาะเครื่อง
🫧 เจ้าตะกอนเหนียวนี่แหละที่เป็นที่อยู่ และอาหารอันโอชะของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้เวลาเราซักผ้าไปนานๆ จะทำให้ผ้าเหม็นอับง่าย สกปรกดับเบิ้ลเข้าไปอีก
เพราะงั้นเวลาซักผ้า อย่าเผลอใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเข้าไปตรงๆในเครื่องล่ะ เค้ามีช่องให้ก็ควรใส่ตรงช่องที่เค้าให้ใส่เท่านั้นพอค่ะ รับรองว่าสะอาด หอมแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
รู้หรือไม่? 🤔❓🪣
ปกติน้ำยาซักผ้าใช้ 1-2% ของน้ำหนักผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่มควรใช้ปริมาณ 0.5-1% ของน้ำหนักผ้า นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มจะมีขนาดเล็กกว่าช่องน้ำยาซักผ้าครึ่งหนึ่งยังไงล่ะ
อย่าลืมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงในช่อง และใส่ในปริมาณที่เหมาะสมกันนะคะ 💚