18/05/2024
กรณีศึกษาร้านสะดวกซัก Otteri ตะกร้าละ 40 บาท สู่มูลค่าบริษัท 2,700 ล้านบาท ตั้งเป้าขยายสาขาไปยัง CLMV
Otteri x ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึง “ร้านสะดวกซัก” ดูเป็นธุรกิจที่มีหน้าตาเหมือน ๆ กันทุกราย
เช่น มีเครื่องซักผ้าเหมือนกัน, ตั้งราคาที่ 40 บาทเหมือนกัน และการใช้งานรูปแบบเดียวกัน
ซึ่งถ้าคิด ๆ ดูแล้ว ธุรกิจนี้ก็ไม่น่าจะมีใครเป็นผู้นำในตลาดได้เลย
แต่รู้หรือไม่ว่า Otteri wash & dry กลับสามารถผลักดันตัวเองให้กลายเป็นเบอร์ 1 ของไทย
โดยปัจจุบันมีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ
ขณะที่รายได้ปี 2567 สูงถึง 900 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ บริษัทยังตั้งเป้าขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ อีกด้วย
Otteri wash & dry สร้างธุรกิจให้แตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ ได้อย่างไร ?
แล้วการขยายสาขาไปสู่ต่างประเทศน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Otteri wash & dry เป็นร้านสะดวกซักที่ก่อตั้งในปี 2559 หรือ 8 ปีที่แล้ว โดยคุณกวิน นิทัศนจารุกุล อายุ 31 ปี
ซึ่งไอเดียธุรกิจนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางไปเที่ยวประเทศมาเลเซีย
โดยเขาพบว่า มาเลเซียมีร้านสะดวกซักมากถึง 3,000 แห่ง
ทั้งที่เป็นประเทศที่มีประชากรเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของประเทศไทย
เขาจึงมองว่า ร้านสะดวกซักก็น่าจะมีโอกาสขยายธุรกิจในไทยได้ดีเช่นกัน
คุณกวินจึงตัดสินใจทำธุรกิจนี้เป็นรายแรกในไทย โดยใช้ชื่อว่า “Koin Laundry” และเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกจ้างในนิคมอุตสาหกรรม แถวสมุทรสาคร
แต่แล้วธุรกิจครั้งนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคนส่วนใหญ่ยังนิยมซักเสื้อผ้าด้วยมือ
คุณกวินเลยตัดสินใจไปเรียนเสริมในคอร์สการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับการรีแบรนด์ใหม่
จนได้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า “Otteri wash & dry”
พร้อมกับพัฒนาให้กลายเป็นร้านสะดวกซักที่ทันสมัย แตกต่างจากร้านซักผ้าแบบดั้งเดิม
ไม่ว่าจะเป็น
- เครื่องจักรทันสมัย ช่วยลดระยะเวลาในการซักผ้าและอบผ้า
- ถูกสุขลักษณะ เพราะมีพนักงานเข้าไปทำความสะอาดร้านและเครื่องซักผ้าทุกวัน
- ความสะดวก เพราะเปิดบริการ 24 ชั่วโมง
- ความปลอดภัย จากกล้องวงจรปิด ที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
รวมถึง วิสัยทัศน์ ที่สะท้อนธุรกิจได้ดีอย่าง Creating Healthy Lifestyle Community ผ่านการสร้างสรรค์สังคมที่มีสุขภาพดี โดยเริ่มจากการสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด
จนมาในปัจจุบันนี้ Otteri wash & dry กลายเป็นร้านสะดวกซักอันดับ 1 ที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทย
แล้วผลประกอบการของ Otteri wash & dry เป็นอย่างไร ?
ปี 2562 รายได้ 277 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 411 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 696.9 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 920.9 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า บริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง
และผ่านมาเพียง 8 ปี แต่ก็มีรายได้กว่า 900 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว
จุดนี้เองที่ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ถึงสนใจ Otteri wash & dry
จนเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 40%
ตีเป็นมูลค่าทั้งกิจการเกินกว่า 2,700 ล้านบาท
โดยวางแผนสร้างการเติบโตในอนาคต ด้วยการตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาภายในประเทศ 300 สาขาต่อปี
ค่าแฟรนไชส์ Otteri wash & dry เริ่มต้น 2.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพร้อมปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เป็น Global Company เพื่อที่จะขยายสาขาไปต่างประเทศอีกด้วย
ซึ่งในระยะแรกอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งใจจะขยายสาขาใน CLMV ซึ่งก็คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงภูมิภาคอาเซียน
สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ ปัจจุบันนี้ บริษัทได้ขยายสาขาไปสู่ต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยสาขาแรกอยู่ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น Chbar Ampov
ประเทศแรกคือ กัมพูชา จำนวน 2 สาขา โดย Otteri wash & dry ตั้งเป้าจะขยายถึง 150 สาขา ภายใน 3 ปี
ซึ่งร้านสะดวกซักในประเทศกัมพูชาจะให้บริการรูปแบบเดียวกับในประเทศไทย
ที่ให้ผู้คนได้เข้าถึงการบริการซักผ้าและอบผ้า ในรูปแบบการบริการตนเอง พร้อมมีบริการ Wi-Fi ฟรี โดยจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
พูดง่าย ๆ ว่า Otteri wash & dry ยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกไม่น้อยเลย
ถึงตรงนี้แล้ว หากสนใจซื้อแฟรนไชส์ Otteri wash & dry สามารถมาที่งาน TFBO งานแสดงแฟรนไชส์นานาชาติ ที่ไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 11-14 กรกฎาคม 2567
โอกาสที่ทุกคนจะได้พบกับทีมที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ให้คำแนะนำ
พร้อมทั้งจะได้รับส่วนลดพิเศษ สำหรับการเปิดร้านใหม่เฉพาะในงานนี้
สำหรับใครที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/otteriwashdry
Reference:
- https://www.otteriwashdry.com/