10/04/2020
วิธีการซักผ้าในช่วงนี้ ยาวหน่อย แต่ได้ประโยชน์มากๆค่ะ
ทางร้านยินดีให้บริการซักและอบด้วยความร้อนนะคะ สามารถเข้ามาใช้บริการได้ค่ะ
ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความอนามัยมากกว่าสถานการณ์ปกติแบบนี้ นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกาย การดูแลอนามัยส่วนตัวของแต่ละคนโดยการรักษาระยะห่างจากสังคมรอบตัว (social distancing) แล้ว แอดก็ว่าในฐานะที่เพจนี้ก็เป็นเพจสิ่งทอก็น่าจะมาเล่าถึงการดูแลทำความสะอาดเสื้อผ้าในช่วงวิกฤตนี้นะครับ
📕 ดังนั้นวันนี้แอดก็จะมาเล่าถึง #เกร็ดความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ ถึงเรื่อง #หลักปฏิบัติเกี่ยวกับการซักเสื้อผ้าในช่วงการระบาดของโรคโควิด_19 ให้ฟังกันนะครับ
📕 เมื่อเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นเป็นสิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายคนเรานั้นมีโอกาสที่จะโดนเชื้อโรคนั้นมาสัมผัสโดนทั้งทางตรง และทางอ้อมทุกวัน ยามที่เราออกไปทำธุระข้างนอก ดังนั้นการดูแลเสื้อผ้าให้เป็นพิเศษในช่วงนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆเลยนะครับ
📕 เชื้อไวรัส COVID-19 นั้นสามารถแพร่กระจายได้ในทางอากาศ โดยผ่านทางฝอยกระจายของสารคัดหลั่งต่างๆจากร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นละอองฝอยจากการ ไอ จาม ของผู้ป่วย และนอกจากนั้นก็ยังสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดนวัสดุที่มีเชื้ออยู่ด้วย
📕 ปกติเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถมีชีวิตอยู่บน “พื้นผิวอ่อนนุ่ม” (soft surface) อย่างเช่น วัสดุสิ่งทอ ได้ “สั้นกว่า” พื้นผิวแข็ง (Hard surface) นะครับโดยที่มันสามารถมีชีวิตบนวัสดุสิ่งทอได้ประมาณ 1 วัน (24 ชั่วโมง) เท่านั้น ในขณะที่ถ้ามันอยู่บนวัสดุพื้นผิวแข็งอย่าง แก้ว สเตนเลส พลาสติกได้ถึง 3 วันเลย นอกจากนั้นเจ้าเชื้อไวรัส COVID-19 จะทนอุณหภูมิสูงสุดได้ที่ 56 องศาเซลเซียสนะครับ
📕 การซักเสื้อผ้าแบบปกติทั่วไป (อันนี้หมายถึงการซักในเครื่องซักผ้านะครับ) สามารถกำจัดเชื้อ COVID-19 ได้ดีอยู่แล้วนะครับ เนื่องจากว่าเจ้าเปลือกหุ้มของไวรัสกลุ่มนี้มีองค์ประกอบเป็นไขมันเป็นหลัก ที่สามารถถูกทำลายด้วยสารลดแรงตึงผิวทุกประเภทได้อยู่แล้วนะครับ
📕 แต่ถ้าเพื่อการป้องกันในระดับขั้นเด็ดขาด (กล่าวคือในบ้านมีผู้ติดเชื้อและต้องการความอนามัยสูงสุด) ก็ควรจะเพิ่มระดับความรุนแรงของการซักนะครับ โดยที่
📕 ถ้าเครื่องซักผ้ามีโปรแกรมซักน้ำร้อน ควรตั้งอุณหภูมิการซักที่ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เพื่อกำจัดเชื้อ แต่ถ้าไม่มีโปรแกรมตั้งน้ำร้อน/ หรือซักมือก็ควรแช่ผ้าในน้ำเดือดผสมน้ำยาซักผ้าตามปกติ (ต้องเผื่ออุณหภูมิสักหน่อย เพราะว่าอุณหภูมิจะไม่คงที่เท่ากับเครื่องซักผ้าที่มีโปรแกรมซักน้ำรัอนอ่ะครับ 😂😂)
📕 หรือถ้ากลัวว่าน้ำร้อนจะเป็นอันตรายต่อเด็ก (และผู้ใหญ่จอมโก๊ะที่เกิดมาเพื่อการทำลายสิ่งรอบข้องและตัวเองด้วยความซุ่มซ่าม 😅🧂) ก็สามารถใส่ “สารฟอกขาว” (bleaching agents) ลงไปซักเพิ่มขึ้นด้วย ตามปริมาณที่แนะนำใน “ภาคผนวก” ด้านล่างนะครับ
📕 โดย “สารฟอกขาว” ที่เหมาะสำหรับการกำจัดเชื้อโรคโดยเฉพาะ COVID-19 นั้น มีหลายตัวในท้องตลาดเลย แต่ควรจะพิจารณาว่า “สารฟอกแบบไหนเหมะกับเสื้อผ้าคุณ” ด้วยนะครับ
📗 ตัวยอดฮิตที่คนมักจะแนะนำกันมากก็คือ “ไฮเตอร์สูตรผ้าขาว” เป็นสารฟอกคลอรีน (Chlorine bleacher) ที่มีส่วนผสมของ “โซเดียมไฮโปคลอไรต์” (Sodium hypochlorite : NaOCl) 6% นะครับ ซึ่งประสิทธิ์ภาพก็เป็นที่รู้กันว่า “ฆ่าเชื้อ COVID-19 ได้แน่ๆ” แถมได้ผลดีและรวดเร็วซะด้วย
⛳️ ข้อเสียที่เด่นชัดมากๆของสารไฮโปคลอไรต์นั้นเป็นอันตรายต่อสีย้อมเกือบทุกตัวในโลกนี้ แถมยังทำให้สารที่มีองค์ประกอบของหมู่อะมิโน (R-NH₂) เกิดเป็นสีเหลืองเข้มขึ้นของ “คลอรามีน” (Chloramine) ได้ ดังสมการเคมี
🧂(1) ปฏิกิริยาขั้นต้นเกิดขึ้นในขวดไฮเตอร์ และน้ำซักผ้าที่เติมไฮเตอร์สูตรผ้าขาวลงไป
NaOCl (hypochlorite) + H₂O ⇌ HOCl (hypochlorous acid) + NaOH
🧂(2) ปฏิกิริยาการเกิดคลอรามีน (ที่มีสีเหลืองเข้ม)
R-NH₂ (เส้นใย/ หรือสารอื่นๆ) + HOCl ⟹ R-NHCl (สีเหลืองเข้ม) + H₂O
⛳️ มาถึงตรงนี้ หลายๆคนคงจะมีคำถามที่ว่า “อะไรที่มีหมู่อะมิโน ที่สามารถเหลืองได้เมื่อเจอสารฟอกขาวไฮโปคลอไรต์บ้าง?? ” อยู่ในใจนะครับ คำตอบก็คือ
🧂 1.) เส้นใยโปรตีนอย่าง ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ผ้า zein (โปรตีนข้าวโพด) รวมไปถึงเส้นใยสังเคราะห์ในกลุ่มของพอลิเอไมด์ (polyamide) อย่างผ้าไนลอน เป็นต้นนะครับ
🧂 2.) คราบสารคัดหลั่งที่ออกมาจากร่างกายเราทั้งหลายอย่าง เหงื่อ เสลด น้ำตา น้ำลาย น้ำมูก น้ำเมือก รวมไปถึงน้ำ……… (เติมกันเอาเองนะครับ)
⛳️ ดังนั้นการใช้ไฮโปคลอไรต์เพื่ออนามัยที่ดีต่อเรา ก็ควรจะต้องคำนึงถึงด้วยว่า อนามัยต่อผ้า และ สีบนผ้าเราด้วยมั้ยนะครับ อะไรหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยง ให้ดูชนิดของผ้าให้ดีๆ 😂😂
📗 ส่วนสารฟอกอีกตัวหนึ่งที่แอดแนะนำว่า ถ้า “ใช้ความเข้มข้นที่เหมาะสม แล้วจะอนามัยต่อเรา ดีต่อผ้า ดีต่อสีบนผ้านั้น ก็คือ สารฟอกขาวเปอร์ออกไซด์ (Peroxide bleacher) อย่าง “ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์“ (H₂O₂) นะครับ
⛳️ ในกรณีนี้แอดขอเปลี่ยนค่ายบ้างนะครับ 😅 โดยขอแนะนำ “ไฮยีนสูตรผ้าสี” ที่มีความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 7.5% เพิ่มลงไปในการซัก และเช่นเดียวกันนะครับ การเตรียมและปริมาณการใช้งานนั้นสามารถอ่านได้ที่ “ภาคผนวก” ด้านล่างครับ
📗 หรืออาจจะใช้น้ำยาซักผ้าสูตรของแอด (ที่มี Sanisol RC 10%) ซักแทนน้ำยาซักผ้าทั่วไปได้นะครับ ดังลิงก์นี้
https://www.facebook.com/textile.phys.and.chem/photos/a.2991674274204320/2991674564204291/?type=3
📗 หากบ้านไหนมีเจ้า Benzalkonium chloride (BKC) หรือ Sanisol RC อยู่แล้ว ก็สามารถนำมาใช้งานได้นะครับ โดยใช้ในขั้นตอนน้ำสุดท้ายนะครับ
📗 ห้ามเทผสม BKC กับน้ำยาซักผ้าในท้องตลาดทั่วไปนะครับ เนื่องจากว่า BKC นั้นมีประจุบวกที่แรงมาก และสามารถจับกับน้ำยาซักผ้าที่มีสารลดแรงตึงผิวที่มีประจุลบได้ง่ายดาย จนทำให้เกิด “การทำลายล้างกัน “(antagonistic effects) นะครับ ส่วนอัตราส่วนการผสมและการเตรียมนั้นสามารถดูได้ที่ภาคผนวกตอนท้ายได้เลยนะครับ
📕 ผ้าที่ซักเสร็จแล้วควรอบให้แห้ง หรือตากให้ห่างจากทางเดินคน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อจากคนที่เดินผ่านไปมาด้วยนะครับ
#ภาคผนวก
🔥 1.) การเตรียมสารเคมีแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับการใช้งาน
📕 การเตรียมสารละลายของสารฟอกขาวคลอรีนสำหรับการแช่ผ้าเพื่อฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ต้องมีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.1% หรือประมาณ 1000 ppm นะครับ
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 2.54% ให้ผสม 40 ซีซี (2.8 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 5.70% ให้ผสม 18 ซีซี (1.2 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 5.00% ให้ผสม 20 ซีซี (1.3 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 6.00 % ให้ผสม 17 ซีซี (1.1 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร (แอดจำได้แต่ว่าไฮเตอร์สูตรผ้าขาวนั้นมีความเข้มข้น 6% แฮร่!)
👍 ข้อเริ่ด : กำจัดเชื้อเร็ว เด็ดขาด หาซื้อง่าย ราคาถูก ใส่พร้อมน้ำยาซักผ้าได้เลย
👎 ข้อร้าย : กลิ่นเหม็นคลอรีน ทำลายสีผ้า ทำลายผ้าหลายชนิด กัดกร่อนโลหะ ถ้าจะใช้ล้างมือต้องเตรียมใหม่กันวันต่อวัน
📕 การเตรียมสารละลายของสารฟอกขาวเปอร์ออกไซด์สำหรับการแช่ผ้าเพื่อฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ต้องมีความเข้มข้นอย่างน้อย 0.5% หรือประมาณ 5000 ppm นะครับ
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 3.0 % ให้ผสม 200 ซีซี (13.5 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 5.0 % ให้ผสม 110 ซีซี (7 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร
🧂 ถ้าผลิตภัณฑ์เริ่มต้นมีความเข้มข้น 7.5 % ให้ผสม 73 ซีซี (5 ช้อนโต๊ะ) เติมน้ำ 1 ลิตร (แอดจำได้แต่ว่าไฮยีนสูตรผ้าสีนั้นมีความเข้มข้น 7.5 % แฮร่!)
👍 ข้อเริ่ด : กำจัดเชื้อค่อนข้างเร็ว (ช้ากว่าสารฟอกขาวคลอรีน) ไม่มีกลิ่น หาซื้อง่าย ราคาแพงขึ้นมาอีกนิด ทำลายสีผ้าน้อยมาก ทำลายผ้าน้อยมาก ใส่พร้อมน้ำยาซักผ้าได้เลย
👎 ข้อร้าย : ห้ามสัมผัสโลหะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสนิมเหล็กบนผ้า เพราะจะทำให้ผ้าฝ้ายเปื่อยขาดได้ ต้องเตรียมใหม่กันวันต่อวัน
📕 การเตรียมสารละลาย BKC หรือมีชื่ออื่นๆอีกมากมายอย่าง เช่น Benzalkonium chloride BZK, BAK, BAC, alkyldimethylbenzylammonium chloride และ ADBAC นะครับ เป็นสารลดแรงตึงผิวประจุบวกที่แรงมากๆนะครับ ดังนั้นจึงห้ามใช้ซักน้ำแรกร่วมกับน้ำยาซักผ้าที่มีประจุลบนะครับ เพราะมันจะทำลายล้างกันเองและหมดฤทธิ์ได้ครับ ส่วนประสิทธิภาพการกำจัดไวรัสนั้น “แย่กว่าสารออกซิไดซ์” อย่างทั้งสารฟอกขาวคลอรีน และ เปอร์ออกไซด์ นะครับ
แต่ข้อดีของมันก็คือ “สามารถเกาะติดตัวบนเสื้อผ้าเราไปได้ทุกหนแห่ง” จะหมดฤทธิ์ก็ตอนที่เอามาซักอีกครั้ง และสามารถเตรียมที่ความเข้มข้นเท่าไรก็ได้ โดยที่เก็บสารละลายของมันได้อย่างน้อย 1 ปี ในที่ไม่สัมผัสความร้อน และแสงแดดนะครับ ดังนั้นจึงสามารถปกป้องเรายามสวมเสื้อผ้าออกไปข้างนอกด้วยนะครับ
ปกติตัวมันเองกลิ่นอ่อนมากๆนะครับ แต่เวลาซื้อมานั้นเรามักจะได้กลิ่นแรง นั่นเป็นเพราะกลิ่นตัวทำละลายอินทรีย์ที่ผสมมาด้วย
ปกติในทางการค้าจะมีความเข้มข้น 2 ระดับ ก็คือ
🧂 BKC 50% พวกนี้จะใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย จึงมีกลิ่นอ่อนมาก ซึ่ง Sanisol RC ก็จะมีความเข้มข้นเท่ากับ 50% นะครับ ต้องเจือจาง 10 เท่า โดยตวง BKC 50% 1 ส่วน ต่อน้ำ 9 ส่วน แล้วใช้ประมาณ 1 ฝา (30 ซีซี) ต่อการซักผ้าถังขนาด 6.5 กิโลกรัม น้ำสุดท้ายพร้อมน้ำยาปรับผ้านุ่ม/ หรือไม่ต้องมีน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ได้
🧂 BKC 80% พวกนี้จะใช้ตัวทำละลายอินทรีย์เป็นตัวทำละลาย จึงมีกลิ่นค่อนข้างแรงมาก อันนี้ต้องเจือจาง 16 เท่า โดยตวง BKC 80% 1 ส่วน ต่อน้ำ 15 ส่วน แล้วใช้ประมาณ 1 ฝา (30 ซีซี) ต่อการซักผ้าถังขนาด 10 กิโลกรัม น้ำสุดท้ายพร้อมน้ำยาปรับผ้านุ่ม/ หรือไม่ต้องมีน้ำยาปรับผ้านุ่มก็ได้
👍 ข้อเริ่ด : หาซื้อค่อนข้างยากละตอนนี้ ราคาปานกลาง กลิ่นอ่อนมาก หรือแทบไม่มีกลิ่น ปริมาณการใช้น้อยมาก ไม่กัดกร่อนโลหะ ไม่ทำลายสีผ้า ไม่ทำลายผ้าทุกชนิด เกาะบนผ้านาน ปกป้องยามสวมใส่ออกข้างนอก ป้องกันกลิ่นอับของผ้ายามตากไม่โดนแดด
👎 ข้อร้าย : เทในขั้นตอนแรกพร้อมน้ำยาซักผ้าไม่ได้ บางคนอาจมีอาการแพ้ทางผิวหนัง ห้ามใช้สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบ
#แหล่งข้อมูล
https://www.weforum.org/agenda/2020/03/clean-kill-coronavirus-covid19-safety-health/
https://www.thejakartapost.com/life/2020/04/05/in-hot-water-the-new-rules-of-laundry-in-the-time-of-covid-19.html
https://kfor.com/health/coronavirus/laundry-101-how-to-wash-your-clothes-during-covid-19-pandemic/
https://www.gov.uk/government/publications/covid-19-decontamination-in-non-healthcare-settings/covid-19-decontamination-in-non-healthcare-settings
สุดท้ายนี้แอดก็ขอขอบคุณรูปประกอบบทความจาก ด้วยนะครับ 😁😁