Mama&Daughter Service จัดหาแม่บ้าน/พี่เลี้ยงเด็ก/ดูแลผู้ป่วยสูงอายุ

Mama&Daughter Service จัดหาแม่บ้าน/พี่เลี้ยงเด็ก/ดูแลผู้ป่วยสูงอายุ (Dtac)083-5472119(Ais)087-0530386
E-mail:[email protected]

สวัสดีค่ะทุกคน จากที่ช่วยจัดหาพี่เลี้ยงดูแลผู้ป่วยเป็นงานอดิเรก จริงๆแล้วรับดูแลผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุ แต่ก็มีเจ้าของบ้านบางท่านที่โทรมาให้ช่วยหาพี่เลี้ยงคนป่วยและผู้สูงอายุให้ด้วย หลังจากที่รับฟังปัญหาและความต้องการมากมาย ก็เลยตัดสินใจช่วยเป็นธุระจัดหาคนดูแลด้วยซะเลย ตอนนี้ตัวหวานเองก็รับ Job ดูแลผู้ป่วยอยู่บ้าง คอยสับเปลี่ยนเพื่อน และน้องๆ ที่ต้องการลาหยุดพักค่ะ รายละเอียดโทรมาคุยกันได้ค่ะ

หรือหากใครสนใจใช้บริการผู้ดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยเรื้อรัง ที่ต้องการคนดูแลและคอยอยู่เป็นเพื่อนทั้งประจำ ไป-กลับ สับเปลี่ยนหมุนเวียนพนักงานที่ลาหยุดต่างๆ ยินดีบริการ สนใจโทรสายตรงคุณหวาน 083-5472119 และ 087-0530386

คู่มือการใช้บริการจัดหาพนักงานดูแลผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยเรื้อรัง

คิดว่าทุกบ้านคงต้องเคยประสพปัญหา เรื่องการหาพี่เลี้ยง/คนดูแลที่ถูกใจ ไว้ใจได้ ที่จะอยู่กับเราไปนานๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ไม่มีคนดูแล และบางครั้งทางลูกค้าอาจเคยโดนหลอกจากศูนย์นั้นศูนย์นี้โกงเงิน คิดค่าบริการแพงๆ และละทิ้งผู้ป่วย ไม่รับผิดชอบงาน ไม่มีจรรยาบรรณในการดูแลหลังจากที่รับฟังปัญหาและความต้องการมากมาย ก็เลยตัดสินใจช่วยเป็นธุระจัดหาพี่เลี้ยง/ผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้สูงอายุที่ไม่มีคนดูแลน้ำหวานเองมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการดูผู้ป่วย/ทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้ป่วยอัมพฤก/อัมพาติ/ฟิตนม/ฟิตอาหารทางสายยาง เจาะลำคอ เจาะช่องท้อง ฯลฯ ทั้งรายวันและรายเดือนและเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการเลือกใช้บริการจัดหาพนักงาน เรามาทำความเข้าใจกันให้ตรงกันซักนิด ก่อนใช้บริการนะคะ

กฎ ระเบียบ การให้บริการ Mama&Daugther Service จัดหาแม่บ้าน/พี่เลี้ยง/ดูแลผู้สูงอายุ

*****กรณีรายเดือน
คิดค่าบริการจัดหาเท่ากับเงินเดือนพนักงาน 1 เดือน เก็บครั้งเดียว ตอนรับพนักงานไป โดยเมื่อตกลงรับพนักงานคนไหนแล้วให้โอนค่ามัดจำมาเป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท ที่เหลือมาชำระวันที่มารับพนักงานหรือหลังจากที่จัดส่งพนักงานให้เรียบร้อยแล้วค่ะ โดยพนักงานต้องมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 12,000-15,000บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเคสแต่ละเคสด้วยค่ะ)โดยมีโควต้าในการจัดเปลี่ยนให้อีก 1 ครั้ง ภายใน 3 เดือนค่ะ ( โดยเริ่มนับจากที่พนักงานคนแรกอยู่เกิน 7 วันขึ้นไป หากยังไม่ถึง ยังไม่นับค่ะ เปลี่ยนได้เรื่อยๆ ) หากพนักงานที่เงินเดือนต่ำกว่า 12,000 บาท จัดเปลี่ยนให้อีก 1 ครั้งใน 1 เดือน ค่ะ ( โดยเริ่มนับจากที่พนักงานคนแรกอยู่เกิน 7 วันขึ้นไป หากยังไม่ถึง ยังไม่นับค่ะ เปลี่ยนได้เรื่อยๆ ) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของคนหางานที่เข้ามาสมัครงานค่ะ
****กรณีรายวัน
คิดค่าบริการเริ่มต้นที่วันละ 600 ขึ้นไป(ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเคสผู้ป่วยค่ะ) รายวันคิดค่าบริการจัดหาอยู่ที่ 10% ของจำนวนค่าจ้าง เช่น วันละ 600 ค่าบริการจะอยู่ที่ 60 บาท ขั้นต่ำต้องจ้าง 5 วันขึ้นไปค่ะ

***** ค่าบริการจัดหา ไม่เกี่ยวกับเงินเดือนพนักงานนะคะ เป็นค่าบริการของทางบริษัทค่ะ ดังนั้นเมื่อพนักทำงานครบ 30 วัน
เจ้าของบ้านก็จ่ายเงินเดือนกับพนักงานโดยตรงค่ะ และจ่ายตรงตลอดเวลาการจ้างงานค่ะ โดยที่บริษัทฯ จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องค่ะ
(ถ้ารับมากว่า 2 คน ค่าบริการสอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งได้ค่ะ)
***ที่สำคัญที่สุด ทางบริษัทมีหน้าที่หาคนทดแทน และไม่มีนโยบายคืนเงินค่าจัดหา ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้ คือ***

1. เป็นการคืนพนักงานโดยทางเจ้าของบ้านเอง เจ้าของบ้านต้องจ่ายรายวันให้พนักงานตามจำนวนวันที่ทำงานจริง
ส่วนทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายไว้ 1000 บาทและคืนเงินส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ภายใน 1-2 วัน

2. หากพนักงานลาออกเองภายใน 3 วัน ทางเราไม่ได้บังคับค่ะเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาว่าจะจ่ายรายวันให้ตามจำนวนวันที่ทำงานหรือไม่ ส่วนทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายไว้ 1000 บาทและคืนเงินส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ภายใน1-2 วัน

3. หากพนักงานลาออกเองภายใน 7 วัน ทางเราไม่ได้บังคับค่ะเจ้าของบ้านสามารถพิจารณาว่าจะจ่ายรายวันให้ตามจำนวนวันที่ที่ทำงานหรือไม่ ส่วนทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายไว้ครึ่งนึงของค่าจัดหา และคืนเงินส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ภายใน1-2 วัน

4. หากเจ้าของบ้านยกเลิกการจ้างงานภายใน 7 วัน จะต้องจ่ายรายวันให้พนักงานตามจำนวนวันที่พนักงานทำงานจริง ส่วนทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายไว้ครึ่งนึงของค่าจัดหา และคืนให้ครึ่งนึงของค่าจัดหา ภายใน 1-2 วัน

5. เมื่อพ้น 7 วันไปแล้วไม่มีการคืนเงินแล้วนะคะ มีแต่การจัดเปลี่ยนให้ 1 ครั้ง ภายใน 3 เดือนค่ะ

***เนื่อจากคนงานทุกคนที่จัดส่งให้ ไม่ได้มีการรู้จักเป็นการส่วนตัว ทางเราเป็นแค่คนกลางซักถามประวัติ ถ่ายรูป
นำเสนอให้เจ้าของบ้านเพื่อให้เจ้าของบ้านทำการพิจารณา และประสานงานให้ ดังนั้นหากมีทรัพย์สินสูญหาย หัก พัง เสียหายในระหว่างที่พนักงานทำงานอยู่ในบ้านท่าน ทางเราไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น***

1. พนักงานที่หามาได้ทั้งหมดจะเป็นการบอกต่อจากเพื่อน ซึ่งเป็นล้วนมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมาแล้วทั้งสิ้น โดยตัวหวานเองจะให้เจ้าของบ้านได้มีโอกาสสอบถามประวัติกับพนักงานได้เอง หากมีการตกลงจ้างแล้ว เพื่อให้ท่านพิจารณาเอง

2. เบื้องต้นทางน้ำหวานเองได้คัดเลือกพนักงานที่มีประสบการณ์ และผ่านงานดูแลผู้ป่วยมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งเหมาะกับเคสแต่ละเคสของผู้ป่วย ตามที่ทางลูกค้าแจ้งความประสงค์เข้ามา
3. น้ำหวานเองก็ไม่ได้รู้จักกับสนิทสนมกับพนักงานบางท่านเหล่านี้มาก่อน จึงไม่อาจรับประกันได้ว่าเป็นคนดีมั้ย ซื่อสัตย์มั้ย แต่สิ่งที่รับประกันได้คือก่อนส่งไปได้อบรมสั่งสอนหัวใจสำคัญของการเป็นพี่เลี้ยงผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุให้แล้ว คือ
• เรื่องความสะอาด ทั้งในการทำงานและส่วนตัว
• เรื่องความขยัน ไม่นิ่งดูดาย
• เรื่องคุยโทรศัพท์ ห้ามคุยเวลาทำงาน (ค่อนข้างยากนิดนึง)
• เรื่องความซื่อสัตย์ หยิบฉวยข้าวของ (อบรมและตักเตือนไปแล้ว )
• เรื่องการบอกกล่าวกันล่วงหน้าหากจะลาออก
4. ทางเราไม่ได้เก็บค่าจัดหางานจากพนักงานทุกคนที่มาหางาน แต่จะเรียกเก็บจากเจ้าของบ้าน ซึ่ง เป็นการเก็บครั้งเดียว ไม่มีการหักรายเดือนจากเงินเดือนพนักงานอีก เพราะอยากให้เขาไปอยู่ด้วยความเต็มใจ อยู่นานๆและไม่ต้องคอยวิ่งหาคนใหม่มาทดแทน
5. โดยปกติ ถ้าพนักงานไม่ชอบหรือไม่เต็มใจที่จะอยู่ ก็จะมีข้ออ้างต่างๆ พ่อป่วย แม่ไม่สบาย ยายขาหัก ภายในสัปดาห์แรก ซึ่งถ้าผ่านสัปดาห์แรกไปแล้ว ก็มาลุ้นว่าจะอยู่ครบเดือนรึเปล่า ส่วนใหญ่ถ้าพ้นเดือนไปแล้วก็จะเข้าที่เข้าทางและอยู่ได้ไม่มีปัญหา
****ซึ่งค่าบริการนี้ รวมถึงการดูแลหาพนักงานให้ใหม่ 1 ครั้ง หากพนักงานลาออก หรือหนีไปภายในระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ส่งพนักงานคนแรกให้ (รับประกันและหาพนักงานทดแทนเฉพาะพนักงานที่เงินเดือน 12,000 บาทขึ้นไป )
6. ลูกค้าบางคนอาจจะบอกว่าค่าจัดหาแพง*** แต่อยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนลองคิดดู การเป็นคนกลาง มีค่าใช้จ่าย คร่าวๆก็เป็นค่าเช่าที่พัก เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ติดต่อ ไม่ใช่ว่าติดต่อกันแค่ก่อนส่งพนักงาน หลังส่งก็ยังคอยโทรไปเช็ค ถามข่าวคราวทั้งจากเจ้าของบ้านและจากพนักงาน ค่าเดินทางของพนักงานที่บางครั้งเดินทางมาหาโดยไม่มีค่ารถ ก็ต้องออกไปให้ก่อน บางคนมาถึงแล้วยังไม่มีเจ้านายที่เหมาะสม ก็ต้องจัดหาเรื่องที่พักและอาหาร 3 มื้อให้ เพราะถ้าไม่งั้นพนักงานก็ต้องไปที่อื่น แล้วก็จะไม่มีพนักงานส่งให้เจ้านาย บางครั้งพนักงานมาอยู่ 7 วันกว่าจะหาบ้านที่เหมาะสมให้ได้ รวมถึงหากต้องหาคนใหม่มาทดแทนอีก 1 ครั้ง โดยไม่มีการเรียกเก็บกับนายจ้างเพิ่ม ยกเว้นต้องเดินทางไปส่งไกลๆ เช่นต่างจังหวัด ค่าใช้จ่ายจะแล้วแต่กรณี มันมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเยอะแยะค่ะ ดังนั้นขอแจ้งให้ทราบไว้ก่อนว่าไม่มีนโยบายคืนเงินค่าจัดหานะคะ

7. ขอแนะนำให้เพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ มารับ หรือนัดเจอกับพนักงานในช่วงกลางวัน และพากลับไปที่บ้านก่อนจะค่ำ เพราะเป็นธรรมดาที่คนไปต่างบ้านต่างเมือง แล้วต้องย้ายเข้าไปอยู่ในที่ใหม่ๆ ต้องให้เวลาปรับตัว ถ้าเป็นเวลาค่ำๆ มืดๆ ย่อมรู้สึกกลัว และลังเลใจได้
8. เพื่อความปลอดภัยของเจ้านายทุกบ้าน ควรจะต้องตรวจสอบประวัติพนักงานที่จะมาทำงาน ซักถามเองอีกครั้ง ในช่วงแรกๆ แนะนำให้ เก็บบัตรประจำตัว หรือหลักฐานราชาการต่างๆ ของพนักงานไว้กับเรา หรือทำสำเนาเก็บไว้ด้วย ถ้ามี และยินยอมให้เก็บ หากจะต้องใช้เมื่อออกไปนอกบ้าน ค่อยคืนให้ หรือคืนให้เมื่อลาออกถูกต้อง หรือรับเงินเดือนงวดสุดท้าย แต่ทางน้ำหวานเองก็ได้มีการถ่ายรูปเด็กทุกคนทำประวัติ มีแฟ้มเอกสารเก็บไว้อ้างอิง วันเวลา ที่อยู่ของเจ้านายที่จัดส่ง เบอร์ติดต่อ
9. ส่วนเงินเดือนพนักงานก็ประมาณ 12,000-15,000 บาท แล้วแต่เคสและประสบการณ์การทำงาน ถ้าเป็นเคสหนักๆ เช่นต้องดูดเสมหะทั้งคืน จนไม่มีเวลาพัก ก็จะขอเงินเดือนสูง อันนี้ก็อยู่ที่การต่อรองของแต่ละบ้าน และอยู่ที่การตกลงราคาให้ได้เท่าไหร่ ฯลฯ
10. สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของเจ้านายที่เรียกใช้พนักงานจากศูนย์บริการคือพนักงานอยู่ไม่ได้และหนีกลับ ทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน หวานขอยืนยันนั่งยันว่าหากพนักงานที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมหรือทำงานให้ไม่ได้จริงๆ ก็จะมีการจัดส่งคนใหม่ไปให้ เราทำสิ่งนี้ด้วยใจและเปิดบริการจัดหางาน เพราะอยากช่วยทั้งเจ้านายที่เดือดร้อนต้องการคน และพนักงานที่ต้องการงานจริงๆ

กฎ กติกา ด้านล่าง หากเจ้านายทำสิ่งต่อไปนี้ สัญญาการหาพนักงานทดแทน 1 ครั้งหรือรับประกัน 1-3 เดือนถือเป็นโมฆะ
• จ่ายเงินเดือนไม่ตรงเวลา หรือไม่เต็มจำนวนที่ได้ตกลงกันไว้ หรือหักเงินโดยที่ไม่ได้รับรู้มาก่อน
• มีการลงไม้ลงมือ ไม่ว่าจะเป็นแค่การตีแขน เขกหัว หยิกแขน เอาเท้าเตะหรือเหยียบ ฯลฯ
• อย่าดุด่าพนักงานด้วยคำหยาบ หรือว่าๆโง่ เพราะอาจทำให้พนักงานเกิดความไม่พอใจและอาจไม่อยากทำงานร่วมกับเจ้าของบ้านได้
• หากมีการเปลี่ยนพนักงาน เนื่องจากพนักงานลาออกหรือเจ้านายไม่พอใจ เมื่อมีการหาพนักงานเปลี่ยนให้แล้ว หากเจ้านายบอกว่าตอนนี้ยังไม่เอา ถือว่ายกเลิก


• ใช้งานพนักงานจนเกินไปเช่น ให้ตื่นตั้งแต่ ตี 4-5 ทำงานทั้งวัน 4ทุ่มก็ยังไม่เสร็จงาน ไม่มีเวลาพักผ่อน อย่างนี้พนักงานคนไหนก็อยู่ไม่ไหวหรอกค่ะ ยกเว้นจะมีการตกลงกันไว้ก่อนและมีเงินพิเศษให้
• เจ้านายที่รับพนักงานไป ตอนที่ตกลงกันเรื่องลักษณะงานอาการของผู้ป่วย (งานดูแลผู้ป่วยต้องไม่เกี่ยวกับงานบ้านนะคะ)จำนวนเจ้านาย สถานที่ทำงาน และอื่นๆ ขอให้เป็นไปตามนั้น ถ้าเจ้านายส่งต่อพนักงานให้คนอื่น เปลี่ยนสถานที่ทำงาน ประกันถือเป็นโมฆะนะคะ

ขอบคุณที่อ่านข้อมูลจนจบค่ะ
หวังว่าเจ้านายทุกท่านจะได้คนดีๆไปทำงานด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

14/12/2014
14/12/2014

ประกาศ!!! ตอนนี้ งานเลี้ยงเด็ก และงานแม่บ้าน ยังไม่มีเคสนะคะ....
-

09/09/2014

มาดูแลดวงตาคู่สวยของคุณกันนะคะ

23/08/2014

สนใจติดต่อ พนักงานดูแลคนป่วย คนชรา ผู้ป่วยเรื้อรัง ติดต่อที่ 0835472119,0860530386 ค่ะ

15/06/2014

บริการจัดส่งพี่เลี้ยง/คนดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้ป่วยสูงอายุ
สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่
083-5472119,0860530386 ค่ะ

9 วิธี ดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี    ใครมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งวิกฤตเศรษ...
14/06/2014

9 วิธี ดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี




ใครมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ การป้องกันดูจะเป็นยาขนานเอกที่ได้ผลเกินคลาด วันนี้เรามีวิธีดูแสุขภาพผู้สูงอายุมาฝาก
1. เลือกอาหาร โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลง จึงควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา และเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุมักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน
2. ออกกำลังกาย หากไม่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่ม มีการยืดเส้นยืดสายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว
3. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้
4. หลีกเลี่ยงอบายมุข ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ อันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้
5. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ส่งเสริมสุขภาพให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม
6. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่ โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า "BMI (bodymass index)" ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 23-24.9 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) แต่ถ้าอ้วนละก็ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) ขึ้นไป
สูตรดัชนีมวลกาย (BMI)= น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตรยกกำลัง 2)
ตัวอย่าง ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร
ดัชนีมวลกาย (BMI)= 67 (1.6 ยกกำลัง 2)
= 26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน
7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยากินเอง การใช้ยาเดิมที่เก็บไว้มาใช้รักษาอาการที่เกิดใหม่ หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ เนื่องจากวัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตในการกำจัดยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาหรือผลข้างเคียงอาจมีแนวโน้มรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุด
8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด
9. ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และยังมีตรวจการมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่น จะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีอย่างแท้จริง
ว่าแต่อย่าลืมทำกันนะครับ จะดีต่อผู้สูงอายุในบ้านและครอบครัว

เรื่องน่ารู้ เมื่อต้องดูแลผู้สูงอายุในบ้านการดูแลผู้สูงวัยในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เป็นเรื่องละเอียดอ่อน บา...
14/06/2014

เรื่องน่ารู้ เมื่อต้องดูแลผู้สูงอายุในบ้าน
การดูแลผู้สูงวัยในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้งบางเรื่อง เราอาจคิดไม่ถึง หรือมองข้าม วันนี้จะลองนำสิ่งต่างๆ ที่เราอาจลืมไปมาบอกกัน

-ต้องรู้ว่า ผู้สูงวัยในบ้านเรา มีโรคประจำตัวอะไร ใช้ยารักษาตัวไหน มีอาการข้างเคียงจากการใช้ยาหรือไม่ อย่างไร เพื่อที่เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้แจ้งแพทย์ได้

-เอกสารสำคัญของท่าน เก็บไว้ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประกันสังคม กรมธรรม์ประกันชีวิต กรมธรรม์ประกันสุขภาพ เอกสารทางการเงิน ใบนัดพบแพทย์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราควรทำที่รวบรวมจัดเก็บให้เป็นที่ทาง เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ ยามจำเป็นเร่งด่วน

-อย่าละเลย อาการเจ็บป่วยแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เพราะบางครั้งคนแก่ อาจมีอาการ อย่างปวดหัว ปวดตัว ตาพร่า มองไม่ชัด สับสน ซึมเศร้า บางทีเราคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย แต่ที่จริง เมื่อเป็นอะไรก็ควรนำท่านไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูถึงอาการผิดปกติแต่เนิ่นๆ จะได้รักษาทันหากเป็นอะไรที่รุนแรง

-หมั่นหาข้อมูล การดูแลรักษาโรคที่ท่านเป็นอยู่ โดยหาแหล่งข้อมูลจากนิตยสารสุขภาพ แหล่งข้อมูลทางอินเตอร์เนตที่น่าเชื่อถือ

-หมั่นสอบถาม พูดคุย เปิดโอกาสให้ท่านได้แสดงความคิดเห็น พูดบ่น เรื่องนั้น เรื่องนี้ เราควรทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี อย่าแสดงความรำคาญ เพราะท่านจะน้อยใจ และไม่ยอมพูดความในใจให้ฟัง การให้ท่านได้พูดก็เท่ากับให้ท่านได้ปลดปล่อยความเครียดในใจที่มีอยู่ ทำให้รู้สึกว่ามีคนรับฟัง

-คอยสอบถามว่า ท่านต้องการสิ่งใดอยู่เสมอๆ เพราะบางครั้งท่านอาจเกรงใจ ไม่กล้าพูดบอกเราเอง

บางทีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ หลายคนอาจจะละเลย คิดว่าไม่จำเป็น แต่บางสิ่งที่เราว่าเล็กน้อยนั้น อาจะเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชีวิตของผู้สูงวัยในบ้านเราเลยนะคะ เพียงเพิ่มความใส่ใจเพิ่มอีกนิด จะสร้างความสุขให้ท่านได้มากเลยละค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

0835472119

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mama&Daughter Service จัดหาแม่บ้าน/พี่เลี้ยงเด็ก/ดูแลผู้ป่วยสูงอายุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Mama&Daughter Service จัดหาแม่บ้าน/พี่เลี้ยงเด็ก/ดูแลผู้ป่วยสูงอายุ:

แชร์