Otteri ม.กรุงเทพฯ ซ.รังสิตภิรมย์

Otteri ม.กรุงเทพฯ ซ.รังสิตภิรมย์ ร้านสะดวกซัก/อบเสื้อผ้าของชาวม.กรุ?

16/03/2026
16/03/2026

วันนี้มีเคสที่น่าสนใจและเป็นเรื่องที่ผู้ใช้รถ EV (โดยเฉพาะคนที่ใช้งานหนัก) ควรศึกษาไว้เป็นวิทยาทานครับ เมื่อเจ้าของรถ BYD Atto 3 ท่านหนึ่ง ต้องเจอกับสถานการณ์ "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" หลังจากแบตเตอรี่ลูกใหญ่เสีย และรถหมดการรับประกันไปแล้ว

BYD Atto 3 เลขไมล์สะสม 223,256 กิโลเมตร (หมด Warranty แบตเตอรี่แล้ว) ศูนย์บริการตรวจเช็กและแจ้งว่า "ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหญ่" ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแบตฯ ใหม่ 390,000 บาท ยอดหนี้ไฟแนนซ์ที่เหลืออยู่ 600,000 บาท

ทางแยกที่เจ้าของรถต้องตัดสินใจ ทางเลือกที่ 1 กัดฟันสู้ (ซ่อมแล้วผ่อนต่อ) ต้องหาเงินก้อน 390,000 บาท มาจ่ายค่าแบตเตอรี่ ต้องผ่อนค่างวดที่เหลืออีก 600,000 บาท ต้องแบกรับภาระรวมราวๆ 1 ล้านบาท เพื่อให้ได้รถคันเดิม (ที่วิ่งมาแล้ว 2.23 แสนโล) กลับมาใช้งานต่อ

ทางเลือกที่ 2 ปล่อยยึด (ยอมเจ็บจบแต่เสียประวัติ) ทิ้งรถและหยุดจ่ายค่างวด ปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถไป ไม่ต้องจ่ายค่าแบตฯ แต่อาจโดนฟ้องร้องส่วนต่างหลังจากไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาด และที่สำคัญที่สุดคือ "เสียเครดิต/ติดแบล็กลิสต์" ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในชีวิตไปอีกหลายปี

เจ้าของโพสต์ทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกช้ำใจว่า "ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง คิดว่าตัวเลือกถูกแล้ว" ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ให้พวกเราได้เรียนรู้ร่วมกันครับ

13/03/2026

จบรอบสองแมตช์เปิดฤดูกาลเคแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ ”Rejuran Championship“ เมื่อ 13 มีนาคม 2569 ณ สนาม อมตะ สปริง คันทรี คลับ แบบพาร์ 72 จ.ชลบุรี เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ วัย 29 ปี จากพะเยา ยังคงทำผลงานดีสุดในบรรดาสาวไทยหลังจากทำเพิ่มอีก 2 อันเดอร์ จาก 3 เบอร์ดี้ื 1 โบกี้ สกอร์รวม 7 อันเดอร์ ตามผู้นำร่วม 3 คน แค่สโตรกเดียว

"พอใจกับผลงานการเล่นมาก วันนี้สภาพลมแรงขึ้น ยอมรับว่าตีเข้าไปสั้นทำให้โอกาสลุ้นเบอร์ดี้ทำได้ยาก แต่ก็พยายามคุมเกมเอาไว้ได้ ถือว่ามาแข่งขันแบบไม่ได้คาดหวังอะไรมาก รอบวันพรุ่งนี้จะพยายามทำให้ดีแบบนี้ต่อไป"

ขณะที่ “ซิม” ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ ทำเพิ่มอีก 1 อันเดอร์ รวมสองวัน 6 อันเดอร์

"วันนี้สภาพลมแรงมาก แต่ปัญหาจริงๆอยู่ที่การพัตต์ของตัวเองมากกว่า รอบวันพรุ่งนี้คงจะเล่นให้ได้ตามแผนต่อไป อยากให้เกมมันไหลลื่น แต่ก็มีแอบหวังอยู่ลึกๆ รู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจที่ได้รับเชิญร่วมการเล่นในรายการนี้ หลังจบแมตช์นี้เตรียมตัวที่จะเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศจีนต่อไป"

จารวี บุญจันทร์ อันดับ 29 ร่วมสกอร์รวม 4 อันเดอร์
กัญจน์ บรรณบดี 3 อันเดอร์ อันดับ 37 ร่วม
ชากัญฐ์ซิม คำบอน อันดับ 46 ร่วม สกอร์รวม 2 อันเดอร์
ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ อันดับ 61 ร่วมสกอร์รวมอีเวนพาร์

13/03/2026

ต่อให้"มหาชน"ถ้า โกงก็ต้องจ่าย
ถ้าสุดจริงไม่ควรฟ้อง แต่ถ้าฟ้องต้องได้เงิน
วางเงินมาแล้วเลาจะเล่าให้ฟัง
เคสนี้เป็นการทำงานกับบริษัทระดับมหาชนมีทุนเป็นหมื่นล้าน
ลูกค้าแพะจัง ถูกเรียกให้มาทำงานก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าระดับร้อยล้าน
โดยมีเงื่อนไขต้องเอาญาติเจ้าของมารับงาน"ระบบ"
ญาติที่มารับงานระบบนั้นก็เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ทำงานมาเยอะ
ดูทั่วไปก็ไม่มีอะไร แต่มาเอะอยู่ตรงเดียวคืองานส่วนใหญ่ของเขาคือ "งานรัฐ"
บริษัทที่อยู่ด้วยภาครัฐนี่ ไม่ธรรมดาซักเจ้า
แต่ก็ตามใจผู้ว่าจ้างเพราะคิดว่า "ไม่เป็นอะไร"
ไอ้คิดแบบนี้ แพะจังเห็นมาเยอะละ😅
ทำช่วงแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะงานระบบส่วนใหญ่ไม่ทำบนดินก็ทำบนโครงสร้าง
ไม่สามารถสร้างปัญหาอะไรได้มากมาย
แต่คนมันจะซวย ช่วยไม่ได้ก่อนงวดสุดท้าย เกิดพายุเดือนมีนาคม ฝนหนักมากกกกกก
ฝนที่แล้วไม่มีปัญหา แต่รอบนี้หลังคาน้ำรั่ว แถมมีท่อน้ำที่งานระบบทำไว้ล้นราง
น้ำไหลไปตึกติดกันเป็นห้องเซริฟเวอร์ หลัก"สิบล้าน" เสียหาย
ยังไม่นับข้างของต่างๆ ที่โดนน้ำรั่วเสียหายนับล้าน
หลังจากพายุผ่านไป ผู้ว่าจ้างประเมินความเสียหายประมาณ 20 ล้าน
ประกันจ่ายบางส่วน และผู้รับเหมาต้องจ่ายในส่วนที่ประกันไม่จ่าย
ลูกค้าแพะจังก็ไม่มีปัญหา เจรจาตัวเลข ก็ทำงานต่อกันไป
ทำไปมีงานเพิ่ม ก็เพิ่มเวลา เป็นเรื่องปกติ
อยู่ดีๆ มีหนังสือแจ้งเลิกสัญญาเพราะทำงานล่าช้ามาที่ลูกค้า
ลูกค้างงๆ ตอนประชุมก็คุยกันดีๆ ดันส่งหนังสือเลิกสัญญา
เหตุผลคือ 1.งานช้า 2.งานบกพร่อง
นั่งคุยกับผู้ว่าจ้างคุยไปมา เอาผิดผู้รับเหมาไม่ได้เพราะ ล่าช้าจากงานเพิ่ม
ส่วนงานบกพร่อง ก็งานระบบทั้งนั้น ญาติทำ เซ็นรับกันไปแล้ว
ที่สำคัญน้ำรั่วตอนพายุก็เพราะงานระบบสร้างปัญหา
แน่นอนว่าคนทำมาหากิน หาตังไม่ได้หาเรื่อง
ว่ามาจะให้ทำยังไง จะได้ทำและจบๆงานเบิกตังกันไป
สรุป คือให้ทำงานให้เสร็จใน 30 วัน ถือว่าจบไป
ผู้รับเหมาก้โอเค เอาคนตัวเองทำงานระบบหมด เดี๋ยวค่อยมาเคลียรกัน
ไอ้ญาติเจ้าของที่ทำระบบเห็นว่าตัวเองอาจโดนไล่เบี้ย
เลยไปยุเจ้าของที่เป็นผู้ว่าจ้างเลิกสัญญา อีกรอบ
หนังสือเลิกสัญญาจึงมาอีกครั้ง แถมรอบนี้หนักกว่าเพราะ ยึดทั้งเงินประกัน แบงค์การันตี
รวมๆ เกือบ 20ล้าน รวมค่าก่อสร้างที่ค้างจ่ายอีก 25ล้าน
โชคที่ที่ธนาคารไม่จ่ายแบงค์การันตี เพราะธนาคารดูแล้วไม่เข้า
ส่วนไอ้งานระบบ พอเจ้าของเลิกสัญญา อีกเดือนเลิกสัญญาต่อ แล้วฟ้องเรียกค่าเสียหาย 3ล้าน
พร้อมๆกันนั้น เจ้าของที่เป็นผู้ว่าจ้าง ฟ้องมา 80ล้าน
คดีนี้ต้องเรียกว่าคดีผีผลักอีกคดี เพราะทนายเดิมหัวใจวายตาย
เลขาเขาไล่หาทางออนไลน์เลยเจอแพะจัง
เรียกมาคุยเข้าท่าเลยให้มาทำ
เจอกันนัดแรก ชัดเจนว่า "ศาลไม่รักเรา"
พยายามไกล่เกลี่ย โดยบอกให้ "ต่างคนต่างไม่ต้องจ่าย"
แพะจังบอก แบบนั้นแพะจังเข้าเนื้อเน้นๆ เกือบ50ล้าน ยังไงก็ไม่ยอม
แน่นอนว่าเมื่อแพะจังแข็งศาลย่อมไม่ชอบ เพราะดูจากตัวเลข อีกฝั่งเสียเปรียบกว่า
ความหนักคือ ขออะไรไม่ได้ ต้องทำตามกฎหมายห้ามพลาด
ทุนฟ้องฝั่งนั้นได้เต็ม แพะจังโดนตัดไป 10ล้าน ศาลบอกค่าเสียหายส่วนนี้ไม่เกี่ยว
เลยต้องค้านติดสำนวนพร้อมอุทธรณ์
วันสืบพยาน กรรมการของผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างมาเป็นพยานที่ศาล
ศาลพยายามบีบอีกรอบ โดยพยายามบอกว่างานมีปัญหาจริง เราต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่เขาฟ้อง
ลูกค้าแพะจังนิ่งมากพูดคำที่แพะจังพูดเสมอ "เลิกสัญญาทั้งสองฝ่ายกลับสู่ฐานะเดิม"
ศาลได้ยินคำกฎหมาย นิ่งไปแปป สั่งสืบพยาน
คดีแพ่งเป็นการช่างน้ำหนัก ใครเตรียมเอกสารดีกว่ากัน
ทางนั้นกรรมการนำสืบ เอกสารความเสียหายเริ่มจาก ความเสียหายน้ำรั่วที่ประกันไม่จ่าย
โชคดีที่แพะจังอ่านเอกสารทางไอแพค จึงขยายตัวเล็กๆ เห็นว่า
ส่วนที่ไม่จ่ายคือ "ส่วนที่เกินจากความเสียหาย"
ตกไป
ส่วนความล่าช้า
ผู้ว่าจ้างบอกว่าตัวเองต้องไปเช่าโกดังระหว่างที่ทำงานไม่เสร็จ
แพะจังเอารายงานการประชุมของผู้ว่าจ้างที่บอกว่า ส่วนที่ไม่เสร็จนั้น "ไม่มีปัญหาต่อการใช้โกดัง"
ใบเสร็จค่าคลังสินค้านั้น หลายใบ เช่าหลังเลิกสัญญา เป็นเอกสารเท็จเพื่อให้ผู้รับเหมาเสียหาย
และระยะเวลาที่ล่าช้าเกิดจากผู้ว่าจ้างสั่งงานเพิ่มเอง มีเขียนในรายงานการประชุมครบ
แพะจังเปิดเอกสารที่ละแผ่นให้กรรมการของบริษัททหาชนดู
ความหงุดหงินแบบเด็กโดนครูจับผิดได้ออกมาอย่างชัดเจน
แต่เมื่อศาลเห็นว่าการถามทีละแผ่นอาจนานเกินไปก้เลยให้แพะจังอย่าถามแบบนี้😑
โอเค แพะจังเอยเอาเอกสารค่าเสียหายที่ผู้ว่าจ้างเป็นโจทก์หลายร้อยหน้าวางต่อหน้าพยานกรรมการ
"เอกสารแผ่นไหนที่คุณกล้ารับรองบ้าง หยิบออกมาเลย"
สรุปไม่กล้ารับรองเอกสารซักตัว ทั้งๆที่เบิกความตอนแรกบอกว่า "ตรวจสอบเป็นอย่างดี"
พอไปถึงเอกสารทางวิศวกรที่รับรองไปแล้ว ศาลห้ามแพะจังถาม
เพราะว่าเขาไม่รู้เรื่องวิศวกร เขาเป็นนักบริหาร
แต่ตะกี้รับรองไปแล้วนะคะ แพะจังแย้ง ศาลก็ทำหน้ารำคาญ บอกให้ถามเรื่องอื่น
พอไปถึงปากวิศวกรที่ให้ความเห็น แพะจังไล่ความสามารถวิศวกร
ถามไปถามมา วิศวกรที่เป็นพยานไม่สมารถให้ความเห็นได้ตามพรบวิศวกร แตกอีก
ทนายฝั่งเจ้าของหน้าเจือเลยเพราะโดนไล่ต้อนหนัก
แต่พอมาพยานแพะจัง ยืนยันการส่งงานตามเอกสาร เลยถามค้านยาก
ที่สำคัญคือไม่ฝืน ยอมรับว่างานส่วนระบบมีความบกพร่อง
และเคาะราคาความบกพร่องตามการตรวจร่วมกันอยู่ที่ 7แสน(ไม่ถึงล้าน)
ทนายโจทก์พยายามถามลูกค้าแพะจังวนไปมา แต่ก็ไม่มีหลุด เพราะพูดความจริงกี่ครั้งก็เหมือนเดิม
คดีนี้ศาลพิพากษาให้ฝ่ายแพะจังได้เงิน21ล้าน ศาลประกันไม่จ่าย และงานระบบประมาณ 3ล้าน
"บวกเลขหาย" อีก 5แสน😅
แน่นอนคดีมันสามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ และน่าจะยาก แต่ถ้าไม่ลืม มันมีอีกคดีคือ "งานระบบ"
อันนี้แพะจังตั้งใจเก็บไว้เจรจา เลยขอศาล"จำหน่วยคดีชั่วคราว"
ซึ่งศาลก็เห็นด้วยเพราะอยากให้เจรจากัน
ความมันคือศาลกำหนดความบกพร่องงานระบบอยู่ที่ 3ล้าน
แต่ทนายงานระบบ ซึ่งเป็นทนายเดี๋ยวกันเจ้าของที่เป็นผู้ว่าจ้างเสนอ จ่ายเต็มตามคำพิพากษา ไม่สู้
แลกกับไม่หักค่าเสียหายคดีนี้
แพะจังจึงคุยกันลูกค้า โดยบอกว่าหากอุทธรณ์ต่อน่าจะได้เงินเพิ่มประมาณ 6-7ล้านแลกกับเวลาประมาณ 3ปี
แต่ตอนนี้รวมกับแบงค์การันตีก็ได้เกือบ 40ล้านละ
ในฐานะนักธุรกิจเงินวันนี้ดีกว่าเงินอีก 3 ปี จึงตัดสินใจ "ดิว" โดยแพะจังก็ไปรับเช็คนั้นละ
คำพูดก่อนลาของอีกฝ่ายคือ "ต่อไปอย่าได้เจอกันอีกเลย"
ไม่รู้เรียกด้วยความเกลียด หรือความกลัว โดนซะยับ😆
แพะจังบอกเสมอสำหรับนักธุรกิจ การทำคดีก็เป็นธุรกิจแบบหนึ่ง
ค่าทนาย เวลา เป็นสิ่งที่ต้องคำนวนเสมอ
และแน่นอนทนาย ก็เหมือนคุณตั้งผู้บริหารโครงการในการทำงาน เพื่อให้โครงการสู่ความสำเร็จ
1 ปีแห่งความเหนื่อยยาก
ยาวนิดนึงนะ ใครคิดว่าโม้ เช็คในมือก็ของจริงละนะ
เลาเล่าคุ้มตังละ รักษาสุขภาพ เอาชีวิตรอดกันนะทุกคน บาย^^

13/03/2026
13/03/2026

ใครจะเชื่อว่าถังน้ำแข็งแบบไทยๆ ที่เห็นกันอยู่ทั่วไป จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดธุรกิจ YETI แบรนด์ระดับโลกที่มียอดขายปีละประมาณ 6 หมื่นล้านบาท

Roy Seiders และ Ryan Seiders สองพี่น้องชาวเท็กซัสคู่นี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะว่าคุณพ่อ Roger Seiders เป็นเจ้าของธุรกิจผลิตน้ำยาเคลือบคันเบ็ดตกปลาชื่อดังและได้ช่วยธุรกิจของที่บ้าน ทั้งคู่จึงคลุกคลีกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก

ทั้งคู่มีงานอดิเรกก็คือการตกปลาและล่าสัตว์ ซึ่งจุดนี้กำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจในเวลาต่อมา

ในยุคนั้น ถังน้ำแข็งในสหรัฐฯ มีราคาแค่ประมาณ 20-23 ดอลลาร์ หรือประมาณ 700-1,000 บาท ซึ่งเทียบค่าครองชีพแล้วก็ถือว่าถูกมาก แต่ปัญหาคือ ส่วนใหญ่พังง่าย ฝาบุบ หูหิ้วหลุด และเก็บความเย็นไม่ได้นาน ทำให้พี่น้อง Seiders ต้องซื้อถังใหม่เปลี่ยนบ่อยๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญคือในปี 2002 ระหว่างที่สองคนไปเดินงานแสดงสินค้าเครื่องใช้กลางแจ้ง ทั้งคู่สะดุดตากับถังแช่น้ำแข็งจากประเทศไทย ซึ่งน่าสนใจกว่าของที่ขายอยู่ในสหรัฐฯ จนน่าทึ่ง

ถังจากไทยใช้กระบวนการผลิตแบบพลาสติกหล่อหนาชิ้นเดียว ซึ่งปกติใช้ทำเรือคายัค ทำให้ของไทยแข็งแรงจนคนขึ้นไปยืนบนฝาถังได้โดยไม่บุบ

ทั้งคู่จึงเริ่มเห็นโอกาส จับธุรกิจนำเข้าถังแช่จากโรงงานในไทยไปวางขายในสหรัฐฯ

แต่อย่างไรก็ดี หลังนำเข้าถังจากไทยไปขายในสหรัฐฯ ได้ระยะหนึ่ง Seiders พบว่าสินค้าจากไทยมีคุณภาพดี แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำตลาดพรีเมียม

สองพี่น้องจึงนำโครงสร้างความแข็งแกร่งจากของไทยไปดัดแปลงใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนโฉมให้เป็นดีไซน์ดูเท่ขึ้น เสริมระบบล็อคให้แน่หนาขึ้น และเสริมฉนวนกันความร้อนให้หนากว่าเดิม

ในที่สุด แบรนด์ YETI ก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 2006 โดยเน้นการทำจุดขายเรื่องความคงทน คุณภาพสูง คุ้มค่ากับราคา และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

เงินทุนเริ่มต้นของ YETI อยู่ที่ประมาณ 1 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจปัจจุบัน

สองพี่น้องใช้กลยุทธ์ขายในช่วงแรกที่ไม่เหมือนใคร เพราะไม่ได้ส่งขายตามห้างสรรพสินค้า แต่เลือกส่งขายตามร้านอุปกรณ์ตกปลา เพื่อสร้างฐานและเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ใช้จริงก่อน จนกลายเป็นสินค้าที่ต้องมีสำหรับคนที่ชื่นชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ธุรกิจของสองพี่น้อง Seiders จึงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ตรงนั้น และทำ IPO เข้าตลาดหุ้นในปี 2018 ใช้ชื่อหุ้น YETI จนกลายมาเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน

ผลิตภัณฑ์ของ YETI แบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ

1) แก้วและขวดน้ำ เป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของรายได้ทั้งหมด เป็นสินค้าที่คนซื้อซ้ำได้บ่อยและง่ายกว่า เพราะมีหลายสีหลายขนาด

2) ถังแช่และอุปกรณ์ เป็นสัดส่วนประมาณ 38% เป็นกลุ่มถังแช่ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งกลุ่มนี้มีราคาขายสูง แต่คนไม่ซื้อบ่อยเท่าแก้วน้ำ

3) สินค้าอื่นๆ เป็นสัดส่วนประมาณ 2% คือกลุ่มเสื้อผ้า อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง และสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ

YETI มีรายได้เท่าไร?

รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 1,411 ล้านดอลลาร์ (+29% YoY)
2022 1,595 ล้านดอลลาร์ (+13% YoY)
2023 1,659 ล้านดอลลาร์ (+4% YoY)
2024 1,830 ล้านดอลลาร์ (+10% YoY)
2025 1,868 ล้านดอลลาร์ (+2% YoY)

กำไรสุทธิและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 212 ล้านดอลลาร์ (+36% YoY)
2022 90 ล้านดอลลาร์ (-58% YoY)
2023 170 ล้านดอลลาร์ (+89% YoY)
2024 176 ล้านดอลลาร์ (+3% YoY)
2025 165 ล้านดอลลาร์ (-6% YoY)

จากเงินลงทุนประมาณ 3 ล้านบาท สองพี่น้อง Seiders ได้เปลี่ยนไอเดียจากถังน้ำแข็งของไทยเป็น YETI ซึ่งมีรายได้ในปีล่าสุดอยู่ที่ 1,868 ล้านบาท หรือประมาณ 6 หมื่นล้านบาท

สินทรัพย์ของพี่น้อง Seiders ก็เพิ่มขึ้นตามขนาดของธุรกิจและกำไรของ YETI

Roy ผู้พี่ ได้ขายหุ้น YETI ออกไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลืออยู่ประมาณ 73 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปต่อยอดทำธุรกิจอื่น

Ryan ผู้น้อง ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มูลค่าประมาณ 223 ล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันเริ่มลงจากการบริหารงานแล้ว และไปทำปศุสัตว์กับกิจกรรมออนุรักษ์ธรรมชาติ

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมี YETI Capital กองทุนส่วนตัวที่นำเงินไปลงทุนในแบรนด์กิจกรรมกลางแจ้งรุ่นใหม่ๆ เช่น Duck Camp, Howler Bros และ Solo Stove ซึ่งหลายบริษัทเติบโตจนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว

ความมั่งคั่งและสินทรัพย์ที่มีอยู่ของพี่น้อง Seiders เกิดจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ถังแช่ของไทย ไปออกแบบและทำใหม่ จนกลายเป็นสินค้ามีมูลค่า ทำเงินได้ปีละ 6 หมื่นล้านบาท

จากในอดีตที่ไทยผลิต และส่งขายไปสหรัฐฯ กลายเป็น YETI ไปออกแบบใหม่ จ้างโรงงานไทยทำ (บางส่วน) แปะเป็นแบรนด์ส่งขายทั่วโลก

13/03/2026
13/03/2026

“โปรนุ๊ก“ #บุษบากร สุขพันธ์” นำเดี่ยวที่ 7 อันเดอร์ จากการทำ 1 อีเกิ้ล 7 เบอร์ดี้ 2 โบกี้ จบรอบแรก Foxconn TLPGA Players Championship ชิง 2 ล้านเหรียญฯ ที่สนาม Orient Golf & Country Club พาร์ 72 เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ที่ไต้หวัน

“วันนี้ทุกอย่างดีมาก ทั้งช็อตตีและการพัตต์ ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันใน TLPGA Tour และก็สนุกมาก เป้าหมายของสัปดาห์นี้คือพยายามตีอันเดอร์ให้ได้ทุกวัน จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ”โปรสาวจากเชียงราย กล่าว

รายการนี้เป็นการโคแซงชั่นระหว่าง เจแปน แอลพีจีเอทัวร์ และไต้หวัน แอลพีจีเอทัวร์

Photo

13/03/2026

ที่อยู่

9/140-142 อาคาร Bangkok Benedict รังสิตภิรมย์ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง
Bangkok
12120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Otteri ม.กรุงเทพฯ ซ.รังสิตภิรมย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์