The ULTRA Steamer WASH

The ULTRA Steamer WASH บริการล้างมอไซค์ด้วยไอน้ำที่ได้มา?

NO FILTER NEEDED
23/04/2021

NO FILTER NEEDED

Very mint panigale custom
04/10/2020

Very mint panigale custom

COMING SOON
30/09/2020

COMING SOON

CHEMICAL GUYS PRODUCT
30/09/2020

CHEMICAL GUYS PRODUCT

29/09/2020
28/09/2020

ประสิทธิภาพการไล่น้ำ จาก
Chemical guys C9

🔥🔥🔥
28/09/2020

🔥🔥🔥

BATHTIME
28/09/2020

BATHTIME

เป็นที่แน่นอนแล้วที่ ค่ายแดงจาก Italy (DUCATI) ส่งต่อเครื่องยนต์จาก  Panigale v4    streetfighter v4และ น้องใหม่สุด Mult...
26/09/2020

เป็นที่แน่นอนแล้วที่ ค่ายแดงจาก Italy
(DUCATI) ส่งต่อเครื่องยนต์จาก
Panigale v4 streetfighter v4
และ น้องใหม่สุด Multistrada v4
แต่ยังเป็นที่น่าสงสัยทำไม
เจ้าMultistrada v4 จากรูปหลุดถึงใช้
Double swingarm
ไม่ใช้ Pro arm แบบที่ค่าย แดง
ใช้มาตลอดในรุ่นท๊อปของค่ายแดง

เคลือบเพื่อเพิ่มความเงางามให้กับล้อ วงโปรดของคุณแถมยังช่วยปกป้องจากรอยขนแมว ต่างๆทั่งเงา และ ปกป้องต้อง CG LIGHT METAL P...
26/09/2020

เคลือบเพื่อเพิ่มความเงางามให้กับล้อ วงโปรดของคุณ
แถมยังช่วยปกป้องจากรอยขนแมว ต่างๆ
ทั่งเงา และ ปกป้องต้อง
CG LIGHT METAL POLISH เท่านั้น

BMW ประกาศเปิดตัวรถรุ่นใหม่คันแรกสำหรับซีรีส์ M อย่างเป็นทางการนั่นก็คือฉลาม 2021 BMW M1000RR พร้อมกับสมรรถนะที่สูงขึ้นด...
25/09/2020

BMW ประกาศเปิดตัวรถรุ่นใหม่คันแรกสำหรับซีรีส์ M อย่างเป็นทางการนั่นก็คือฉลาม 2021 BMW M1000RR พร้อมกับสมรรถนะที่สูงขึ้นด้วยปีกวิงเล็ทที่เข้ามาเสริมในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ และพละกำลังสูงสุด 212 แรงม้า

ปีกวิงเล็ทที่เพิ่มขึ้นมาใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ อย่างที่เราทราบกันดีว่ามันช่วยเพิ่ม downforce ให้กับตัวรถ ช่วยในเรื่องการป้องกันล้อยก รวมไปถึงช่วยเสริมระบบการทำงานของ traction control ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับ BMW S1000RR ตัว BMW M1000RR รุ่นใหม่คันนี้จะใช้เครื่องยนต์ 999 ซีซี 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมเทคโนโลยี Shiftcam ซึ่งเป็นตัวแคมชาร์ฟที่สามารถสไลด์ได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ที่ใช้ชุดสปริงวาล์วไอเสียแบบใหม่และแขนโยกที่บางและเบากว่าของ S1000RR

สำหรับ M1000RR นั้นทาง BMW ยังได้ใช้ลูกสูบตัวใหม่จาก ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าลูกสูบของ S1000RR ประมาณ 0.4 ออนซ์ ไม่หมดแค่นั้นตัวก้านสูบยังใช้แท่งไทเทเนียมที่ยาวและเบากว่าเดิม ทำให้ตัวเลขอัตราส่วนกำลังอัดเพิ่มขึ้นเป็น 13.5: 1 จากเดิมอยู่ที่ 13.3: 1 ในขณะที่เพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์สูงสุดเป็น 15,100 รอบต่อนาที จากเดิมอยู่ที่ 14,600 รอบต่อนาที

ทำให้ตัวเลขประสิทธิภาพของรถรุ่นนี้ออกมาที่ 212 แรงม้า ที่ 14,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาที ช้ากว่า S1000RR 500 รอบต่อนาที แต่ทาง BMW ก็บอกว่าแรงบิดนั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 6,500 รอบต่อนาทีไปจนถึง 9,500 รอบต่อนาที และเพื่อเป็นการชดเชยแรงดึงเพิ่มขึ้นที่มีผลต่อล้อหลัง ได้เพิ่มสเตอร์เป็น 46 ฟัน

ด้านท่อไอเทีย BMW M1000RR ใช้ท่อไอเสียไทเทเนียม Akrapovic ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 7.8 กิโลกรัม ขณะที่ของเดิมที่ติดกับรถ S1000RR นั้นมีน้ำหนัก 11.4 กิโลกรัม ระบบคลัทช์มี anti-hopping ป้องกันการกระโดดระหว่างออกตัว สำหรับตัวก้านคลัทช์ทาง BMW ได้เพิ่มแรงพรีโหลดบนคลัทช์ส่งผลให้ความรู้สึกในการโยกนั้นยากขึ้นเล็กน้อย

โหมดการขับขี่มีทั้งหมด 4 โหมดมาตรฐาน ได้แก่ Rain, Road, Dynamic และ Race ยังไม่หมดแค่นั้นยังมาพร้อมกับโหมด Race Pro ที่ตั้งค่าเองได้อีก 3 โหมด นอกจากนี้ยังสามารถกลับเกียร์สำหรับใช้ในการแข่งขันได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกสบายมากๆ

สิ่งหนึ่งที่ BMW M1000RR ปรับปรุงจาก S1000RR นั่นก็คือ “เฟรม” ได้รับการปรับแต่งให้มีความเหมาะสมกับสนามแข่งขันมากยิ่งขึ้น มุมเลี้ยวดีขึ้นเล็กน้อย ฐานล้อมีความยาวขึ้นจากเดิม 56.7 นิ้ว เพิ่มมาเป็น 57.4 นิ้ว ด้วยส่วนของสวิงอาร์มที่ยาวขึ้น

โช้คอัพหลังใช้แบบ Monoshock ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ปรับแต่งได้ดีขึ้น สปริงตัวใหม่ ส่วนโช้คอัพหน้าเป็นแบบหัวกลับ ขนาด 45 มิลลิเมตร คล้ายๆ ของตัว S1000RR ตัวสะพานโช้คทำจากอลูมิเนียมแข็งและทนทานเป็นสีดำชุบอโนไดซ์ นอกจากนี้ตัวขาโช้คได้รับการปรับแต่งเพื่อให้รองรับกับคาลิปเปอร์เบรก “M” ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากทาง BMW

ตัวระบบเบรกได้รับการพัฒนาจากการแข่งขัน WorldSBK คาลิปเปอร์ M แบบเรเดียลเมาท์ ของ Nissin ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและน้ำหนักที่เบาขึ้น ตัวดิสก์เบรกด้านหน้าคู่ขนาด 320 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังเป็นจานดิสก์ขนาด 220 มิลลิเมตร ด้านผ้าเบรก BMW มีให้เลือก 2 แบบ แบบแรกนั้นใช้ทั่วไปบนท้องถนน ส่วนแบบที่สอง มาพร้อมกับส่วนผสมพิเศษเพิ่มความมั่นใจใช้ในสนามแข่งขัน

ตัวล้อเป็นล้อคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่ง BMW ก็บอกว่ามันเบากว่าล้ออลูมิเนียมของ S1000RR ถึง 1.6 กิโลกรัมเลยทีเดียว ทำให้น้ำหนักมวลรวมของ BMW M1000RR คันนี้อยู่ที่ 191 กิโลกรัม เบากว่าเดิมถึง 5 กิโลกรัม

ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ใส่เข้ามาในตัว BMW M1000RR ก็ให้มาแบบครบครันไม่ว่าจะเป็น ABS, traction control, Engine braking level และ wheelie control นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเสริมเข้ามาไม่ว่าจะเป็น ระบบจำกัดความเร็วในพิทเลน, ระบบออกตัวบนทางลาดชัน และ BMW’s Shift Assistant Pro สำหรับตัวหน้าจอแสดงผลนั้นเป็นแบบเดียวกับตัวเก่า เพียงแค่เปลี่ยนกราฟฟิกหน้าจอใหม่เท่านั้น

ด้วยความเป็นซีรีส์ M ฉะนั้นก็จะต้องมีแพคเกจพิเศษใส่เข้ามาด้วยไม่ว่าจะเป็น ตัว GPS , สวิงอาร์มอลูมิเนียมสีเงิน, โซ่ M endurance chain ไม่ต้องบำรุงรักษา, เบาะนั่งผู้โดยสาร, อุปกรณ์ครอบป้องกันความเสียหายไม่ว่าจะเป็นตรงเครื่องยนต์ หรือบริเวณแฮนด์ ทั้งยังมีชุด M Carbon ที่เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ตัวครอบบริเวณโซ่, ฝาถังน้ำมันด้านข้าง รวมไปถึงบังโคลนล้อ สุดท้ายก็คือชุด M Billet Pack ประกอบด้วยคันโยกที่อัปเกรดใหม่, พักเท้า, อุปกรณ์ป้องกันเครื่องยนต์และตัวการ์ดเบรก

2021 BMW M1000RR รุ่นนี้มีด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีขาว Light White และสี M Motorsport ส่วนราคานั้นเปิดออกมาอยู่ที่ 30,935 ปอนด์ สเตอร์ลิง หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี)

CR.BMW MOTORRAD

Lambretta G325 Special 325cc เตรียมเปิดตัวในไทยปี 2020 จากกระแสข่าวล่าสุด!งานนี้เรียกได้ว่าคอรถคลาสสิกสกู๊ตเตอร์ในไทย เต...
24/09/2020

Lambretta G325 Special 325cc
เตรียมเปิดตัวในไทยปี 2020 จากกระแสข่าวล่าสุด!

งานนี้เรียกได้ว่าคอรถคลาสสิกสกู๊ตเตอร์ในไทย เตรียมได้เฮกันดังๆ เมื่อมีกระแสข่าวล่าสุดออกมาว่า ทาง Lambretta ประเทศไทยนั้น ได้มีแผนการที่จะเปิดตัว
G-325 Special รถคลาส 325cc
ที่เพิ่งจะโชว์ตัวต้นแบบกันไปที่งาน
EICMA Show 2019 ที่ผ่านมา
สำหรับการทำตลาดในช่วงปี 2020 กัน!

Lambretta G-325 Special งานดีไซน์จะเป็นการผสมผสานกัน ระหว่างความคลาสสิกในรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย และความโมเดิร์นในเรื่องของฟีเจอร์ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ไฟหน้าที่เป็นแบบทรงเหลี่ยม แบบมองก็รู้เลยว่าเป็นรถแบรนด์นี้ และได้เลือกใช้ระบบไฟแบบ LED ตามสมัยนิยม ในขณะที่ตัวบอดี้รถนั้น จะเป็นเหล็กแบบ monocoque ทั้งคัน ในขณะที่แผงด้านข้างซ้ายและขวาของตัวรถ สามารถถอดเปลี่ยนได้ เบาะนั่งจะเป็นแบบตอนเดียวยกระดับเล็กน้อย

ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของรถคันนี้ก็คือ ขนาดความจุเครื่องยนต์ในพิกัด 325cc ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของทางค่ายในยุคนี้ โดยมันจะไปชนกับคู่แข่งอย่าง Vespa 300cc ที่ทำตลาดอยู่ในบ้านเราตอนนี้ ดังนั้นน่าสนใจทีเดียวว่าราคาของ Lambretta G-325 Special
นั้นจะเปิดตัวมาที่เท่าไหร่กันแน่
โดยราคาของ Vespa 300GTS นั้นเริ่มต้นที่ 198,900 บาท แต่หากเราจะมองจากโครงสร้างราคาของ Lambretta ในบ้านเราที่ตอนนี้รุ่นแพงสุดอย่าง V200 Special
อยู่ที่ 86,900 บาท ดังนั้นแล้ว G-325 ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าอยู่ที่ประมาณช่วงราคาแสนกลางๆ บวกลบเท่านั้น?
ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าทางค่ายต้องการจะถล่มตลาดมากน้อยขนาดไหน

อดใจรอกันในช่วงปี 2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เพราะมันจะเป็นการต่อยอดที่สมบูรณ์แบบมาก หลังจากในรุ่น V200 Special นั้นสร้างยอดขายในไทยกันได้อย่างยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายไปเยอะมากๆ ดังนั้นการนำเอา G-325 Special มาขายกันในช่วงปีหน้า ก็ถือว่ามีกลุ่มตลาดรองรับอยู่แล้ว ดีไม่ดีในงาน Motro EXPO 2019 นี้เราอาจจะได้เห็นตัวต้นแบบเช่นเดียวกันกับในงาน EICMA Show มาโชว์ตัวเรียกกระแสกันก่อนก็เป็นได้ แฟนๆ Lambretta ต้องจับตาดูกันให้ดี!
CR.PIC BY eicma.it

ที่อยู่

Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The ULTRA Steamer WASHผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์