28/04/2022
สาขาเราเอง🥰🥰🥰
🦦🧺 เปิดบทสัมภาษณ์
คุณเอิร์ธ - ปิติพัฒน์ ไทรวัฒนะศักดิ์ อายุ 23 ปี
เจ้าของร้านสะดวกซัก Otteri wash & dry สาขา ลำลูกกา 11/8 และสาขา ปั๊มปตท.ปทุมธานี-สามโคก
เรียนไปด้วย เปิดร้านสะดวกซักไปด้วย
ตั้งใจแบ่งเบาภาระครอบครัวในช่วงโควิด ด้วยธุรกิจคนละสายกับที่เรียนมา
- แนะนำตัว ชื่อ อายุ การสำเร็จการศึกษาคร่าวๆ
“ชื่อติพัฒน์ ไทรวัฒนะศักดิ์ อายุ 23ปี เรียนธุรกิจการบินอยู่ครับ”
-จุดเริ่มต้นที่สนใจเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก
“เริ่มจากที่บ้านคุณแม่เป็นคนชอบซักผ้าอยู่แล้ว และวันนึงได้เห็นร้านซักผ้าที่เป็นร้านสะดวกซักของแบรนด์ Otteri ครับ ตอนแรกเราก็ยังไม่รู้ว่าเป็นร้านอะไร รู้แค่ว่าเป็นร้านสะดวกซัก เราอยากรู้ว่ามันทำงานยังไง มีกระบวนการซักยังไง เราก็เลยชวนคุณแม่ไปลองซักผ้าที่ร้านดูครับ พอลองดูแล้ว ก็รู้สึกว่าร้านอย่างนี้มันแปลกใหม่ แล้วก็สะดวกสบายด้วย พอซักเสร็จผ้าก็หอม ระหว่างใช้บริการก็คิดว่าสะดวกสบาย ซักง่าย สะอาดกว่าที่เราต้องมาปั่นเครื่องซักผ้าที่บ้าน ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเรามีร้านของเราก็น่าจะดีนะ จุดเริ่มต้นคือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนครับ”
-ประสบการณ์การทำงานก่อนมาเป็นเจ้าของร้านสะดวกซัก
“ตัวผมเองยังเรียนอยู่ แต่ที่บ้านมีผมอยู่กับคุณแม่คนเดียว ไม่ได้มีคุณพ่อครับ ผมเลยเป็นคนที่คอยช่วยแม่ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เลยได้ทำธุรกิจมาเยอะ ทั้งค้าขาย รับเหมาก่อสร้าง ผมก็จะเป็นคนไปดูแลแทนคุณแม่ตลอด เพราะว่าแม่เขาเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวครับ”
-มีความคิดเห็นอย่างไรกับธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักในปัจจุบัน
“ทันสมัย สะดวก ตอบโจทย์การให้บริการกับลูกค้าทุกกลุ่ม แล้วก็ประหยัดเวลาในการซักผ้า ทำให้เรามีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นอีกมากมายครับ ดีกว่าต้องมาคอยซักผ้าที่บ้านเอง ตากผ้าเองต้องคอยมาเก็บอีก ร้านเปิด 24 ชั่วโมงด้วย จะมาซักเมื่อไหร่ก็ได้”
-แนวโน้มภาพรวมธุรกิจร้านสะดวกซักในอนาคตจะเป็นอย่างไร
“คิดว่าน่าจะขยายตัวได้อีกเยอะครับ แต่ว่าในกรุงเทพฯและปริมณฑลตอนนี้มีเยอะแล้ว เลยคิดว่าน่าจะกระจายไปต่างจังหวัดได้เยอะกว่าครับ อย่างสุพรรณบุรีที่ผมอยู่ ตอนแรกมีมาเปิดในตัวเมืองอยู่ร้านนึง ตอนนี้เขาก็ขยายตัวไปอีกสาขานึงแล้ว ก็น่าจะต้องตีตลาดคนต่างจังหวัดให้มากขึ้นกว่านี้”
-ใช้ระยะเวลาศึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านสะดวกซักนานเท่าไหร่ถึงตัดสินใจลงทุน
“ตอนแรกที่มาเจอร้านสะดวกซักก็คิดกับที่บ้านอยู่ประมาณ 3 – 4 เดือนครับ แล้วก็ตัดสินใจกันว่าจะลองไปปรึกษา แล้วผมก็ได้เจอพี่โยคี พี่โยคีก็ให้คำแนะนำ คือผมรู้จักพี่โยคีผ่านทางคุณฟ้าที่เป็นเจ้าของร้านสะดวกซักอยู่แล้ว พี่โยคีก็ให้คำแนะนำเยอะเหมือนกันครับ แล้วก็ไล่ดูโลเคชั่นกัน รวมเวลาตัดสินใจกับระยะเวลาในการหาทำเลก็ประมาณปีนึงครับ แต่ตัดสินใจตั้งแต่ 3-4 เดือนแรกเลย ผมมีทำเลที่ดูไว้เหมือนกันครับ แต่พี่โยคีไม่แนะนำทำเลตรงนั้น มันยังไม่ใหญ่พอ เขาก็จะช่วยวิเคราะห์ครับ ว่าตรงที่เราอยากเปิดมันไม่น่าจะเปิดแล้วดีนะ ก็ช่วย ๆ กันหาทำเลใหม่ ฝั่งผม ถ้าได้ทำเลมา ผมก็จะบอกพี่โยคี แล้วพี่โยคีเขาก็จะเร่งไปดูให้ทันทีเลยครับ”
-ทำไมถึงเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์กับร้านสะดวกซักอ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย
“เพราะว่าเป็นร้านสะดวกซักในประเทศไทยที่เห็นบ่อยครับ อย่างผมก็ยังเรียนมหาลัยอยู่ใช่ไหมครับ แล้วตามหอพักแทบจะทุกที่ ถ้าพูดถึงร้านสะดวกซักก็จะเป็น Otteri ครับ มีเยอะที่สุดแล้ว เป็นร้านที่ติดอันดับอยู่ แล้วผมก็ได้ไปใช้บริการมาหลาย ๆ ร้านแล้วครับ รู้สึกว่าที่อื่นยังไม่น่านั่ง ไม่ดูสบายเท่า Otteri เรื่องซักผ้า ร้านอื่นก็รู้สึกว่ายังไม่สะอาด รู้สึกชอบ Otteri มากกว่า”
- ทางทีมงาน Otteri wash and dry ได้ให้คำแนะนำ และสนับสนุนอย่างไรบ้าง
“ดีมากทุก ๆ เรื่องเลยครับ ให้คำแนะนำตั้งแต่เรื่องของทำเลที่ตั้งจนถึงวันที่ร้านเปิด ตั้งแต่ตอนแรกที่เราเข้าไปปรึกษาพี่โยคีเลยครับว่าธุรกิจนี้คืออะไร พี่โยคีก็ให้คำแนะนำมาตลอดเลย แล้วพอมีปัญหาอะไรก็สอบถามได้เลย โทรหาได้ อย่างบางวันมีลูกค้ามีปัญหาตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ผมจะโทรหาพี่โยคีกับพี่วาล์วเลย ทั้ง 2 คนก็จะรับตลอด ดูแลดีมากครับ”
-ทางครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง กับการเลือกลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก
“ทางครอบครัวไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ เพราะว่าปรึกษากันมาดีอยู่แล้ว คุยกับทางคุณแม่ไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนแรกก็เลยไม่มีปัญหาอะไร เขาให้เราเป็นคนตัดสินใจ แล้วเขาก็จะคอยดูด้วย เขาก็โอเค อย่างผมยังเรียนอยู่จะจบปีนี้ครับ พอช่วงที่โควิดมา ทางสายงานที่ผมเรียน อย่างธุรกิจการบินมันก็ส่งผลกระทบโดยตรง พนักงานตกงาน สายการบินขาดทุนก็ต้องปิดตัวครับ เราก็ได้ปรึกษาทางฝั่งครอบครัวว่าสายงานของเรารับผลกระทบโดยตรงนะ ก็คุยกับแม่ว่าทำธุรกิจไหม ไปเห็นอันนี้มาน่าสนใจ เขาก็เข้าใจเราครับ เขาให้การสนับสนุน ให้เราเป็นคนตัดสินใจ”
-ปัญหาและอุปสรรคที่พบเจอคืออะไร
“อุปสรรคที่พบเจอก็จะมีลูกค้าบางคนเขายังไม่เคยใช้บริการของเรา เหมือนกับผมตอนแรก เข้าไปซักเราก็ยังใช้เครื่องไม่เป็น แล้วในบางพื้นที่ คนแถวนั้นเขาจะยังไม่เข้าใจเรื่องระบบ เรื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ เขาก็จะโทรมาหาเรา บางทีดึกแล้วเขาก็โทรนะครับ เราก็รับสาย พร้อมให้บริการเขาได้ตลอดอยู่แล้ว ส่วนช่วงกลางวันที่ร้านผมจะมีแม่บ้านคอยแนะนำลูกค้าอยู่ตลอด ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ช่วงหลังสองทุ่มจะเป็นผมอยู่รับโทรศัพท์ โทรตรงมาผมก็จะแก้ปัญหาให้ครับ”
-แก้ไขและก้าวผ่านอุปสรรคมาได้อย่างไร
“ที่ร้านจะมีแม่บ้านคอยแนะนำลูกค้าตลอดอยู่แล้ว เรื่องของอุปสรรคก็เลยไม่ค่อยมีครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องลูกค้ามีปัญหาในการใช้งาน แต่ก็อย่างที่ผมบอกไป ผมมีแม่บ้านคอยแนะนำอยู่แล้ว กลางคืนผมก็คอยดูโทรศัพท์ไว้ เอาโทรศัพท์ติดตัวไว้ตลอด เผื่อมีลูกค้าที่ขัดข้องในการใช้บริการ ก็อยากดูแลเขาให้ได้เต็มที่ครับ”
- ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ทางร้านได้รับผลกระทบหรือไม่ เช่น ยอดลดลงไหม จำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการเป็นอย่างไร
“ทางร้านไม่ได้ใช้คนในการทำงานเยอะอยู่แล้ว มันก็สามารถเปิดได้ปกติ ไม่เหมือนร้านอาหารครับ แต่ว่าในช่วงโควิด ก็จะมีผลกระทบตอนช่วงที่มีเคอร์ฟิว ยอดผู้ใช้บริการตอนการคืนมันก็จะลดลง แต่กลางวันเขาก็ยังมาซักปกติ เพราะยังไงคนเราก็ต้องซักผ้า ร้านก็ยังเปิดได้ปกติแหละครับ แต่ก็จะมีบางคนที่เขามาซักตอนกลางคืนเป็นขาประจำ เขาสะดวกเฉพาะกลางคืน พอเขามาไม่ได้ ลูกค้าที่มาซักตอนกลางคืนก็ลดลงไปเลยครับช่วงนั้น”
-ทางร้านรับมือปัญหา และมีมาตรการป้องกันในร้านอย่างไรบ้าง
“ให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านใส่หน้ากากอนามัยทุกคน แล้วก็มีเจลแอลกอฮอล์อยู่ทุกโต๊ะ มีแม่บ้านคอยทำความสะอาดตลอดเวลา และก็เว้นระยะห่างตามมาตรการครับ มีจัดโต๊ะเว้นระยะห่างไว้อยู่แล้ว ก็จะให้นั่งได้แค่ 2 คนครับ”
-จนถึงวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry
“ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Otteri ครับ ประมาณนี้ละกันครับเรียบ ๆ ได้ใจความ”
-มองว่าธุรกิจร้านสะดวกซักสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมได้หรือไม่
“ได้ครับ เราก็มีโปรโมชั่นซักฟรีอยู่แล้วในช่วง 5 วันแรก มันเหมือนกับว่าเราได้ให้บริการฟรีกับทุกคน การได้ใส่เสื้อผ้าที่สะอาดก็ทำให้พวกเขามีความสุขกันอยู่แล้วครับ”
-ฝากถึงผู้ที่กำลังตัดสินใจจะทำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก มีแง่คิด หลักการ หรือคำแนะนำในการเริ่มต้นธุรกิจอย่างไรบ้าง
“อันดับแรกเลยร้านสะดวกซักเป็นธุรกิจที่ดีครับ เพราะว่าหนึ่ง คนที่ไม่เคยลงทุนธุรกิจมาก่อนอย่างตัวผมเองก็ทำได้ครับ เขามีทีมงานคอยดูแลตลอดตั้งแต่เริ่มจนเปิดร้านเลย เรียกได้ว่า 24 ชั่วโมงเลยดีกว่า ทางทีมงานคอย Support เราดีมาก และข้อสองก็เป็นธุรกิจที่ทำเสริมได้ครับ อย่างผมเรียนอยู่ พอมีปัญหาผมก็วิ่งมาดูได้ เรียนอยู่ก็ยังทำไปด้วยได้เลยครับ ส่วนข้อสามก็เป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้มากครับ”
-ขอ 3 คำให้กับ Otteri wash and dry
“อ๊อต เท ริ”